สังคม

สุวิมล สิระนาถ สาวเก่ง “เติมเนเจอร์” ผู้พลิกโฉมข้าวไทยสู่ขนมให้ก้าวไกลไปทั่วโลก

เจาะลึกเส้นทางความสำเร็จ 10 ปี บริษัท เติมเนเจอร์ อินดัสตรี้ โดย 'สุวิมล สิระนาถ' ผู้สร้างแบรนด์ขนมข้าวไทย Grinny มุ่งส่งออก ยกระดับชาวนาไทยสู่เวทีโลก

สุวิมล สิระนาถ สาวเก่ง “เติมเนเจอร์” ผู้พลิกโฉมข้าวไทยสู่ขนมให้ก้าวไกลไปทั่วโลก
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เจาะลึกเส้นทางความสำเร็จ 10 ปี บริษัท เติมเนเจอร์ อินดัสตรี้ โดย 'สุวิมล สิระนาถ' ผู้สร้างแบรนด์ขนมข้าวไทย Grinny มุ่งส่งออก ยกระดับชาวนาไทยสู่เวทีโลก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สุวิมล สิระนาถ สาวเก่ง “เติมเนเจอร์” ผู้พลิกโฉมข้าวไทยสู่ขนมให้ก้าวไกลไปทั่วโลก (70%)

รายละเอียด

ด้วยแนวคิดที่อยากตอบแทนแผ่นดินหลังจากได้ทุนเล่าเรียนหลวง ด้วยการสร้างธุรกิจคืนสู่สังคมไทย สุวิมล สิระนาถ จึงใช้องค์ความรู้และความสามารถของตนเองนำข้าวไทยให้คนทั่วโลกได้ลิ้มลองในรูปแบบขนมขบเคี้ยวที่สร้างชื่อได้อย่างยั่งยืนมาครบทศวรรษคุณเมนี่–สุวิมล สิระนาถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เติมเนเจอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ผู้ผลิตขนมจากข้าวไทยหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งรับจ้างผลิตและสร้างแบรนด์ของตนเองในชื่อกรินนี่ ( Grinny) และโอพัฟ (O Puff) เธอปั้นธุรกิจจากแนวคิดที่อยากนำความรู้มาสร้างสิ่งดีๆให้แก่สังคมไทย ทั้งช่วยชุมชน ช่วยชาวนาและส่งเสริมข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากเดย์วันจนถึงวันนี้ที่ก้าวสู่ปีที่ 10 ที่เธอได้ทำตามฝันให้เป็นจริง“10 ปีที่ผ่านมา ไม่เหมือนกันเลยในแต่ละเฟส อย่างช่วง 3-4 ปีแรก จะเป็นเฟสในการทำธุรกิจให้ sustain ทำอย่างไรจะหาลูกค้า แล้วก็พยายามวิจัยและพัฒนาทำสินค้า ออกมาให้ได้มีคุณภาพ พอช่วงปีที่ 5-6 เจอโควิดพอดี เริ่มมีความท้าทายแล้ว เพราะว่าส่งออกไม่ได้ เราก็ได้พัฒนาสินค้าต่อ เป็นจุดทดสอบสำคัญที่ทำให้เราแกร่งขึ้น พอผ่านโควิดมาได้แล้วก็คิดว่าคงไม่มีอะไรแย่กว่านี้แล้ว ผ่านไป 5 ปี เกิดสงครามที่อิหร่าน ทั้งหมดเป็นบททดสอบที่เราต้องปรับตัวไปเรื่อยๆ ต้องปรับตัวให้อยู่รอดต่อไปได้ ซึ่งที่เราผ่านมาได้ น่าจะเป็นเพราะเรายังคงยืนหยัดในคอนเซปต์แบบเดิมที่ใช้วัตถุดิบไทยๆ ใช้ข้าวไทย Ingredient ไทย แสดง Identity ความเป็นไทยเลยทำให้แบรนด์สินค้าเรายังมีคุณภาพและขายไปส่งออกต่างประเทศได้ค่ะ”ช่วงเวลาที่ท้าทาย ทำให้ คุณเมนี่ ได้พัฒนาสินค้าใหม่จากแบรนด์ โอพัฟ (O Puff) ขนมกรอบไม่ทอด ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมตารางในวัยเยาว์ โดยบอกว่า ตอนเด็กๆเคยกินขนมตารางเวลาไปสหกรณ์โรงเรียนจะอยู่ในรูปแบบถุงพลาสติก เราเลยเอาขนมตารางที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนมาใส่ในแพ็กเกจที่อยู่ได้นานขึ้น ในรสชาติปลาหมึกกับรสมะเขือเทศ ซึ่งเราก็ยังคงคอนเซปต์ว่าเรายังใช้วัตถุดิบที่ดีในการทำ อย่างรสมะเขือเทศก็ใช้ผงมะเขือเทศจริงๆ รสปลาหมึกก็ใช้ปลาหมึกจริงๆในการนำมาทำ ซึ่งปัจจุบันเราส่งออกประมาณ 65% การส่งออกก็ไปทั่วประเทศอาเซียนและโซนยุโรป เราไม่ได้ส่งออกแค่แบรนด์ของบริษัทเท่านั้น แต่ว่าเราทำ OEM ให้แบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกค่อนข้างเยอะผ่านร้อนผ่านหนาวในการทำงานมานานนับสิบปี คุณเมนี่ ตกผลึกแนวคิดการทำงานแล้วว่า ต้องบอกว่าปัญหาเราเจอทุกวัน ทุกครั้งที่เจอต้องไม่ตื่น ตระหนก ต้องตั้งสติก่อนเลย แล้วค่อยๆ แก้ปัญหา ความสำเร็จในวันนี้ คีย์หลักน่าจะเรื่องการทำสินค้าที่ยึดคอนเซปต์เดิมตั้งแต่วันแรก ว่าทำสินค้าที่มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า“สิ่งที่ภูมิใจไม่ใช่แค่ในเรื่องว่า ได้ขยายบริษัทมียอดขายเพิ่มมากขึ้น แต่เราได้เห็นครอบครัวของพนักงาน ส่งเสริมแรงงานไทยให้มีความก้าวหน้าขึ้น 2.ได้เห็นชุมชนที่เราซื้อวัตถุดิบต่างๆ มีความมั่นคงมีเสถียร ภาพทางด้านการเงินที่ดีขึ้น และสุดท้ายได้เห็นความภูมิใจของสินค้าไทยเขียนว่า Pro duct of Thailand หรือสลักว่า Made from Thai Jasmine Rice ซึ่งเป็นความภูมิใจเล็กๆที่บ้างคนอาจจะไม่ได้แคร์ แต่เมนี่รู้สึกภูมิใจ สินค้าไทยเราส่งออกไปต่างประเทศ สามารถก้าวสู่ระดับโลกได้นะ”...ความภูมิใจของสาวเก่งคนนี้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus