การเมือง

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ “พิพัฒน์” สั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมรับสถานการณ์ พร้อมกำชับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ “พิพัฒน์” สั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมรับสถานการณ์ พร้อมกำชับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม (70%)

รายละเอียด

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคใต้ “พิพัฒน์” สั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมรับสถานการณ์ พร้อมกำชับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ประเทศไทยขณะนี้ บางพื้นที่เริ่มประสบสถานการณ์อุทกภัย ในขณะเดียวกันมีอีกหลายจังหวัดยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การขาดแคลนน้ำอย่างใกล้ชิด รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญกับการป้องกัน แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือ สถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวมถึงวางแผนการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและระยะยาวครอบคลุมทุกมิติ  เพื่อให้การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเกิดผลเป็นรูปธรรม ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะประสบกับฤดูฝน 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 ฝั่งอันดามัน ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และช่วงที่ 2 ฝั่งอ่าวไทย จะได้รับผลกระทบจากฝนในช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงมกราคมในปีถัดไป

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยนายพิพัฒน์ ได้เน้นย้ำเรื่องการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ซักซ้อมรับมือกับภัยพิบัติ และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจพื้นที่และเตรียมข้อมูลสำคัญ อาทิ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จุดจอดรถยนต์และยานพาหนะหากมีน้ำท่วมสูง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ จะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมอุตุนิยมวิทยา นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อให้เกิดข้อมูลที่แม่นยำในการบริหารจัดการน้ำและการพิจารณาการปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานการณ์ภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลเน้นย้ำให้จังหวัด หน่วยงานราชการส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามข้อสั่งการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเคร่งครัด โดยให้สำนักงานชลประทาน ควบคุม และกำกับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน อาสาสมัคร เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้รองรับผู้ประสบภัยได้อย่างเพียงพอ พร้อมประสานหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนประชาชนและศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมพร้อมระบบการสื่อสารสำรอง

สำหรับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขให้เพียงพอรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินในช่วงที่เกิดสถานการณ์  โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และหลังเกิดภัยให้เข้าสำรวจและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน สถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus