สังคม

กับดัก TOR ล็อกสเปก กินรวบ “ชงเองกินเอง”

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ชี้ช่องโหว่ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เมื่อเอกชนร่วมเขียน TOR นำไปสู่การล็อกสเปกฮั้วประมูล พร้อมแนะทางออกแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

กับดัก TOR ล็อกสเปก กินรวบ “ชงเองกินเอง”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ชี้ช่องโหว่ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เมื่อเอกชนร่วมเขียน TOR นำไปสู่การล็อกสเปกฮั้วประมูล พร้อมแนะทางออกแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

กับดัก TOR ล็อกสเปก กินรวบ “ชงเองกินเอง” (70%)

รายละเอียด

“หลายโครงการรัฐ ทำไมถึงมีเอกชนมาเขียนทีโออาร์ให้” ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ตอบคำถามนี้ พร้อมหยิบยกกรณีโครงการ TH–AI Passport กระตุกสังคมให้ตั้งคำถามมากมายว่า “โปร่งใส” และ “คุ้มค่า” จริงหรือ?ดร.มานะ บอกว่า หลายวันก่อนสื่อมวลชนตั้งคำถามอีกว่า “ทำไมหลายโครงการรัฐ ถึงมีเอกชนมาเขียนทีโออาร์ให้” ฟังแล้วมีคำตอบ 2 มุมที่เป็นความจริงทั้งคู่มุมแรก คือหลักการ...เจ้าหน้าที่รัฐในฐานะผู้ซื้อไม่ได้มีความรู้ไปทุกเรื่อง และยังต้องมีข้อมูลที่อัปเดตเพื่อกำหนดราคากลาง สเปก และเงื่อนไขตลาดของสินค้าหรือบริการนั้นๆให้ตรงกับสภาพปัจจุบัน เมื่อเทียบกับความต้องการและวงเงินที่มี ดังนั้นจึงต้องเชิญเอกชนมาพบทางด้านเอกชนก็ยินดีช่วยเพื่อหวังโอกาสทางการค้า เพราะอย่างน้อยก็รู้ความต้องการซื้อล่วงหน้าและสามารถป้อนข้อมูลของตนให้ผู้ซื้อเข้าใจมุมที่สอง คือด้านมืดที่รู้กันทั่วไป...การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีเวลาเขียนทีโออาร์หรือไม่มีความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก่อนเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ในชีวิตจริงมันมีเบื้องหลังที่มาพร้อมคอร์รัปชันหรือไม่? นั่นคือ1.มีการวางแผนร่วมกับเอกชนเพื่อล็อกสเปกหรือผูกเงื่อนปมในทีโออาร์ ให้พวกตนได้เปรียบในการประมูลงาน และมีกำไรมากพอนำมาแบ่งปันกัน2.เกิด “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” ในกรณีที่เอกชนได้เตรียมสินค้าหรือบริการไว้แล้ว เมื่อตกลงกับผู้มีอำนาจสำเร็จ? ขั้นต่อไปต้องให้เอกชนรายนั้นมาร่วมเขียนทีโออาร์ในส่วนที่เกี่ยวกับ “เทคนิค” เพราะเขารู้ตื้นลึกหนาบางของเทคโนโลยี ตลาดและการแข่งขันของสินค้านั้นดีรวมถึงรู้กลวิธีปกปิด ซ่อนปม กีดกันคู่แข่งขัน กำหนดเงื่อนไขและตั้งงบประมาณให้สูงสุดกู่เทคนิคการเขียนทีโออาร์ให้ขายสินค้าได้ราคาแพง...สิ่งที่ได้ฟังจากแวดวงธุรกิจและพบเห็นบนสื่อออนไลน์เสมอ คือ “ทีโออาร์เป็นเข็มทิศและทางเดินในการจัดซื้อ จงเขียนให้เปิดกว้างเข้าข้าง มีทางออกให้ตนเองเสมอ” ดังนั้น ต้องเขียนสเปกให้สูงกว่า ฟังดูแตกต่างและพิเศษกว่า ใช้ชื่อสินค้าและลักษณะคุณสมบัติแปลกๆ เขียนนอกกรอบที่คุ้นเคยของราชการ เพื่อให้คนอื่นสับสนหาข้อมูลเปรียบเทียบยากเข้าใจได้ว่า การที่เอกชนเขียนได้เก่งและรวดเร็วเพราะมีแรงจูงใจทางธุรกิจและมีบุคลากรที่ช่ำชองในสินค้าและบริการของเขา ถ้าหากเป็นโครงการมูลค่าสูงเขายังสามารถระดมความร่วมมือจากซัพพลายเออร์ในตลาด หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักกฎหมายมาสนับสนุนอย่าลืมว่า พวกเขาใช้เวลาวางแผนมานานแล้วก่อนที่สังคมจะได้รับรู้ถึงตรงนี้ คำถามสำคัญมีว่า...ทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ลดการพึ่งพาเอกชนในการเขียนทีโออาร์ เช่น สร้างแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้เจ้าหน้าที่สืบค้นได้ง่าย...“ACT Ai” ระบบที่รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อฯภาครัฐจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ย้อนหลังไป 10 ปี ราว 40 ล้านรายการ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปดูทีโออาร์/ราคา/เงื่อนไขต่างๆ ได้ “ง่ายและฟรี”สินค้าและบริการแปลกใหม่ เช่น ระบบ Ai และ Application & Software ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงของหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้แม้จำเป็นมากขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงมีเวลาที่แต่ละหน่วยงานจะหาข้อมูลและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้าน IT หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของรัฐและเอกชนถัดมา...ปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานกำหนดสเปกสินค้าและบริการได้ตามใจโดยไม่จำเป็น, รัฐจัดให้มีศูนย์หรือผู้ให้คำปรึกษา, เปิดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อมูล, เปิดเป็น International Bidding ให้นานาชาติเข้าร่วมเสนอโครงการและมีบทลงโทษบริษัทที่หน่วยงานรัฐจ้างมาเป็นที่ปรึกษาหรือผู้พัฒนาระบบ หากพบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีการกระทำที่ทุจริตหรือประมาทเลินเล่อหลายๆคนมองตรงกันว่าประเด็น “ชงเองกินเอง” ในการเขียนทีโออาร์ (TOR) เป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่แฝงอยู่ในระบบ ราชการไทยมาอย่างยาวนาน อาจนำไปสู่การคอร์รัปชันได้มหาศาล? อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการทำผิดจริยธรรม แต่เป็นเรื่องของ “การออกแบบความผิดให้กลายเป็นเรื่องถูก”กลไกสำคัญคือการสร้างกำแพงทางเทคนิค ใส่ “เงื่อนไขเฉพาะ” กลายเป็นว่า “ล็อกสเปก” ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ส่งผลให้ไม่มีคู่แข่งรายอื่นสามารถประมูลได้...การปั่นราคา การใส่คุณสมบัติ “พิเศษ” หรือ “แปลกใหม่” ที่ยากต่อการสืบราคาตลาด ช่วยให้เอกชนสามารถตั้งราคากลางได้สูงเกินจริงสุดท้ายการตัดตอนการตรวจสอบ เมื่อคนเขียน TOR คือคนที่จะเข้าประมูล เขียนกติกาให้มี “ช่องว่าง” หรือ “ความคลุมเครือ” ที่เอื้อต่อการแก้ไขสัญญา หรือการลดทอนคุณภาพงานในภายหลังโดยไม่ผิดสัญญาข้อเสนอที่ว่าให้ใช้ International Bidding ตั้งแต่ต้นและพักนโยบาย Thai First ไว้ก่อนในช่วงแรก เป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจและสมเหตุสมผลมากในเชิงการพัฒนาประเทศ...การเปิดประมูลนานาชาติจะทำให้รัฐมี “ตัวเปรียบเทียบ” ทั้งในด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเปิดเผยราคากลางที่แท้จริงในตลาดโลกจาก “ผู้เขียน” เป็น “ผู้กำหนดโจทย์”...รัฐไม่ต้องเขียนสเปกเทคนิคที่ลึกเกินไป แต่เขียน “Output/Outcome Based TOR” คือกำหนดว่าต้องการผลลัพธ์อะไร แล้วให้เอกชนทั่วโลกนำเสนอวิธีแก้ปัญหามาสู้กันบนมาตรฐานกลาง...พร้อมดึงสถาบันการศึกษาและหน่วยงานกลางมาเป็นที่ปรึกษา เลิกวนเวียนใช้เจ้าประจำกล้าเริ่มโครงการเรียนรู้ ยอมรับความจริงว่า 4–5 โครงการแรกอาจไม่ใช่การทำงานที่เร็วที่สุดหรือถูกที่สุด แต่คือ “การลงทุนเพื่อสร้างคน” หากทำได้จริง หลังจากนั้นไทยจะมีผู้เชี่ยวชาญของตัวเอง และไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของบริษัทเอกชนเจ้าใด เจ้าหนึ่งอีกต่อไป...ปฏิวัติวงจรเดิมๆ­­­­­­­­­.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus