โค่นไม่ลง
แม้จะมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงจาก 60.7 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 49.7 เปอร์เซ็นต์ แต่คะแนนเลือก “ชัชชาติ” กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1,537,784 คะแนน จากที่เคยทำสถิติไว้ในการเลือกตั้งครั้งแรก 1,388,215 คะแนน
สรุปสั้น
แม้จะมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงจาก 60.7 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 49.7 เปอร์เซ็นต์ แต่คะแนนเลือก “ชัชชาติ” กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1,537,784 คะแนน จากที่เคยทำสถิติไว้ในการเลือกตั้งครั้งแรก 1,388,215 คะแนน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ โค่นไม่ลง (70%)
รายละเอียด
การนอนมาโดยไม่มีพระนำของ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งผลให้ยอดผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เหลือแค่ 49.7 เปอร์เซ็นต์ จากยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.3 ล้านคน น้อยกว่าศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 ซึ่งพี่น้องชาวกรุงเทพฯออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 60.7 เปอร์เซ็นต์ หากพูดให้เห็นภาพชัดๆ ชาว กทม.ที่เคยไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่แล้วกว่า 2.7 ล้านคน แต่ครั้งนี้มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 2.2 ล้านคน“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ ลดลงไปกว่า 5 แสนคน เกิดจากสาเหตุ 4 ประการ1. ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่คู่คี่สูสีเหมือนศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา2. คนที่ตั้งใจจะเลือกผู้ว่าฯชัชชาติก็ไม่จำเป็นต้องไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง เพราะรู้ล่วงหน้าว่า “ชัชชาติ” ชนะแบเบอร์3. ส่วนคนที่ตั้งใจจะไม่เลือก “ชัชชาติ” ก็ไม่จำเป็นต้องไปกาเบอร์เลือกผู้สมัครคนอื่นให้เสียเวลา เพราะรู้ว่าถึงเลือกไปก็แพ้อยู่ดี4. เกิดฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯก่อนเวลาปิดหีบเลือกตั้ง 2 ชั่วโมง ทำให้ชาว กทม. กระหม่อมบางไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันระนาว“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าแม้จะมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงจาก 60.7 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 49.7 เปอร์เซ็นต์แต่คะแนนเลือก “ชัชชาติ” กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1,537,784 คะแนนจากที่เคยทำสถิติไว้ในการเลือกตั้งครั้งแรก 1,388,215 คะแนนหรือกระเด้งจาก 51.84 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นเป็น 60.7 เปอร์เซ็นต์ถือเป็นชัยชนะแลนด์สไลด์ 2 สมัยซ้อนด้วยคะแนนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์แสดงว่าพี่น้องชาวเมืองหลวงพึงพอใจให้ผู้ว่าฯคนเก่าหน้าเดิมทำงาน รับใช้ต่อไปอีก 4 ปี !!ที่น่าผิดหวังคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” พรรคประชาชน หล่นมาอยู่อันดับ 3 ด้วยคะแนนจ่อมแจ๋มเพียง 176,934 คะแนนตามหลังอันอับ 2 “นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ผู้สมัครอิสระไปถึง 111,237 คะแนน“แม่ลูกจันทร์” มองว่า พรรคประชาชนเพิ่งชนะเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯแบบกวาดเรียบทั้ง 33 เขตพรรคเดียวแต่สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต่างจากสนามเลือกตั้ง สส.อย่างสิ้นเชิงดังนั้น การที่ผู้สมัครพรรคพลังส้มได้คะแนนจากชาว กทม.เพียง 1.7 แสนคะแนน จึงไม่สามารถชี้ว่ากระแสนิยม พรรคส้มในเมืองหลวงเสื่อมมนต์ขลังแต่อย่างใดปัจจัยอยู่ที่ผู้ท้าชิงจากพรรคพลังส้ม เป็นรองแชมป์เก่าทุกประตูพูดง่ายๆ นายชัยวัฒน์ หรือ “ดร.โจ” ไม่สามารถปลุกความหวังแฟนคลับพรรคพลังส้มว่าเขาจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ที่ขยันอดทนสู้งานได้ดีกว่าหรือเท่ากับผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันเช่นเดียวกับ นายอนุชา บูรพชัยศรี ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่สามารถปลุกความหวังแฟนคลับพรรคสีฟ้าให้เชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ที่ลุยงานถึงลูกถึงคนเท่ากับผู้ว่าฯคนเดิมทำให้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ไม่ดุเดือดตื่นเต้นเร้าใจและลุ้นไม่มันเหมือนศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า กรุงเทพมหานคร 50 เขต พื้นที่ใหญ่โตมโหฬารถึง 1,569 ตร.กม. มีคนอยู่อาศัยทำมาหากินมากกว่า 7 ล้านคน มีปัญหาเดือดร้อนวุ่นวายเกิดขึ้นทุกนาทีคนที่เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต้องขยันลุยงานตลอด 24 ชั่วโมงแล้วใครจะโค่นแชมป์เก่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ล่ะโยม??“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม