สังคม

ขบวนการลักลอบดูดทราย คลองเทพา จ.สงขลา ชาวบ้านร้องเรียน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

ป.ป.ช. ตรวจบ่อทรายคลองเทพา จ.สงขลา หลังชาวบ้านร้องเรียน ผลกระทบตลิ่งพัง เส้นทางน้ำเปลี่ยน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

ขบวนการลักลอบดูดทราย คลองเทพา จ.สงขลา ชาวบ้านร้องเรียน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ป.ป.ช. ตรวจบ่อทรายคลองเทพา จ.สงขลา หลังชาวบ้านร้องเรียน ผลกระทบตลิ่งพัง เส้นทางน้ำเปลี่ยน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ขบวนการลักลอบดูดทราย คลองเทพา จ.สงขลา ชาวบ้านร้องเรียน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ (70%)

รายละเอียด

ขบวนการลักลอบดูดทราย คลองเทพา จ.สงขลา ชาวบ้านร้องเรียน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

ป.ป.ช. ตรวจบ่อทรายคลองเทพา จ.สงขลา หลังชาวบ้านร้องเรียน ผลกระทบตลิ่งพัง เส้นทางน้ำเปลี่ยน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

จากเสียงสะท้อนและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา กรณีการลักลอบดูดทรายผิดกฎหมายในลำคลองเทพา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของชุมชน นำไปสู่การขับเคลื่อนการทำงานอย่างจริงจังของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ในการลงพื้นที่ตรวจสอบแบบปูพรมเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ

กระบวนการทำงานแบบบูรณาการ และการจู่โจมตรวจสอบ โดย ป.ป.ช. ภาค 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อทรายในลำคลองเทพา จังหวัดสงขลา รวมกว่า 10 จุด เมื่อเดือนเมษายน 2569

การปฏิบัติการในครั้งนี้เน้นย้ำถึงกระบวนการทำงานที่รัดกุม และไม่แจ้งในพื้นที่ให้ทราบก่อนล่วงหน้า เนื่องจากความกังวลว่าข่าวจะรั่วไหล แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความลับของภารกิจเพื่อปกป้องแหล่งข้อมูล และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างแท้จริง

จากการกระจายกำลังเข้าตรวจสอบบ่อทรายพร้อม ๆ กันอย่างน้อย 4 แห่ง แม้ไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่พบลักษณะร่องรอยการดูดทรายอย่างเด่นชัด มีการดูดทรายจากแม่น้ำถึง 3 จุด จนทำให้ทางน้ำเริ่มเปลี่ยนทิศทาง และเกิดการกัดเซาะตลิ่งรุนแรง บางจุดลึกเข้าไปจนใกล้สวนยางพาราของชาวบ้าน

ยิ่งไปกว่านั้น สภาพโดยรอบยังพบรถแบ็คโฮ 3 คัน ซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่แจ้งยุติกิจการแล้ว สภาพของทรายยังเปียกคล้ายถูกดูดขึ้นมาใหม่ และพบการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายจุด สะท้อนถึงการเตรียมการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการอาจรับรู้การเข้าตรวจสอบล่วงหน้า

ปมพิรุธ "ค่าน้ำร้อนน้ำชา" และการเพิกเฉยต่อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่พบจากการลงพื้นที่คือความผิดปกติทางกฎหมายและการทุจริต โดยผู้ประกอบการบ่อทรายรายหนึ่ง ซึ่งมีเอกสารประกอบกิจการถูกต้อง ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่า มีการจ่ายเงินในลักษณะ "ค่าน้ำร้อนน้ำชา" ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

และยังพบบ่อทรายหลายแห่งดำเนินกิจการ โดยไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตหมดอายุ ขณะที่บางแห่ง แม้มีใบอนุญาต แต่ดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น ดูดทรายนอกช่วงเวลาที่กำหนด หรือดูดทรายนอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต จนทำให้ตลิ่งพัง และทางน้ำเปลี่ยนทิศ

การเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างละเอียดว่าเกิดขึ้นก่อน หรือหลังการอนุญาต และเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงกรณีการอ้างสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทรายที่ไหลเข้าสู่ที่ดินเอกชน ว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยชอบหรือไม่

ขณะเดียวกัน ด้านสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการจัดเก็บค่าภาคหลวงและเงินวางประกันของแต่ละแหล่งบ่อทราย เนื่องจากยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากหน่วยงานในพื้นที่ แม้ผู้ประกอบการบางรายจะอ้างว่าได้ดำเนินการแล้วก็ตาม

เดินหน้าปราบปรามทุจริต ไม่ละเว้นทุกระดับ

ปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียกรับหรือให้สินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่ามีการละเว้นหรือไม่ดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันเจตนารมณ์ในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง โดยจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนโดยไม่ละเว้น ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนที่มีข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 ตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus