"ฟิล์ม รัฐภูมิ" พบ DSI รับทราบข้อกล่าวหาคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์
"ฟิล์ม รัฐภูมิ" พร้อมทนายความ เข้าพบ DSI รับทราบข้อกล่าวหา และชี้แจงพนักงานสอบสวนคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์ โต้เอี่ยวเส้นเงิน 142 ล้านบาท
สรุปสั้น
"ฟิล์ม รัฐภูมิ" พร้อมทนายความ เข้าพบ DSI รับทราบข้อกล่าวหา และชี้แจงพนักงานสอบสวนคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์ โต้เอี่ยวเส้นเงิน 142 ล้านบาท
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" พบ DSI รับทราบข้อกล่าวหาคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์ (70%)
รายละเอียด
"ฟิล์ม รัฐภูมิ" พบ DSI รับทราบข้อกล่าวหาคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์
"ฟิล์ม รัฐภูมิ" พร้อมทนายความ เข้าพบ DSI รับทราบข้อกล่าวหา และชี้แจงพนักงานสอบสวนคดี Forex ยันตัวเองไม่ใช่โบรกเกอร์ โต้เอี่ยวเส้นเงิน 142 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 3 ส.ค. 69 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม นักแสดงชายชื่อดัง ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (สงวนนามสกุล) จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท
นอกจากนี้ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้ ทำให้นักแสดงชายถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd อย่างไรบ้าง
ด้าน นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งก็จะต้องชี้แจงเท่าที่พนักงานสอบสวนสอบถาม โดยเฉพาะทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรา เราก็จะตอบหมด ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่างนั้น เราก็จะมานำส่งให้ภายหลัง นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่าง ๆ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่าง ๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มันก็ไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้เลย ซึ่งพนักงานสอบสวนเขาก็คงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ และเงินก็ถูกโอนออก ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้น ก็ต้องดูว่าจำนวนเงินนั้น ๆ มันถึงไปผู้ใด ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิจริง ๆ
ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่านายรัฐภูมิ รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง การแจ้งข้อหาก็ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้เลย แจ้งแบบรวม ๆ สารพัดข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เช่น ฉ้อโกง, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นต้น
ทั้งนี้ ตนมองด้วยว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูลว่าผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อน ว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย
ด้าน นายรัฐภูมิ กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่ แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้ เพราะจริง ๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น โดยหากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามันมีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อทำการเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง ความรู้ต่าง ๆ อย่างไรก็ดีตนยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทแห่งไหนของตน เพราะตนเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบเรื่องนี้ วันนี้ตนมีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน เช่น เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด จริงหรือไม่ เพราะตนชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน เพราะอะไร
ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตนเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของตนทำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เขาอยากติดต่อมาทำเรื่องการเชื่อมต่อ หรือ MetaCode เป็นต้น และทั้งนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่าตนเองมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง รับโอนจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาท นั้น ตนยืนยันว่ามันเป็นข่าวมั่วแน่นอน และไม่มีอยู่จริง ตนอ่านก็ยังงงว่าทำไมตัวเองได้รับเงินขนาดนั้น ส่วนที่มองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอย ก็เพราะว่าตัวเลขมันไม่จริง
สำหรับความเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด นั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตน ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตน ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน และตนก็ไม่เกี่ยงข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์อีกด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนในสำนวนของดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม ในการขอความเป็นธรรม ตนมองว่าทุกหน่วยงานก็ให้ความยุติธรรมกับประชาชนอยู่แล้ว ตนก็มั่นใจว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมตนเองด้วย และตนก็ผ่านมาแทบทุกกระบวนการซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากรับฟังก่อนว่ามีอะไรบ้าง
ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และวันนี้ตอนนี้ตนยังไม่กังวลอะไร แค่อยากขอขึ้นไปฟังพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับและถูกฝากขังศาล ตนมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้น เพราะหน่วยงานน่าจะให้ความเป็นธรรม