ต่างประเทศ

สุลต่านบรูไนปรับ ครม. ครั้งใหญ่ แต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาทีน" เป็น รมว.ต่างประเทศ

สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ทรงปรับคณะรัฐมนตรีครั้งสำคัญ พร้อมแต่งตั้งเจ้าชายอับดุล มาตีน พระโอรสผู้มีชื่อเสียงบนสื่อสังคมออนไลน์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ

สุลต่านบรูไนปรับ ครม. ครั้งใหญ่ แต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาทีน" เป็น รมว.ต่างประเทศ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ทรงปรับคณะรัฐมนตรีครั้งสำคัญ พร้อมแต่งตั้งเจ้าชายอับดุล มาตีน พระโอรสผู้มีชื่อเสียงบนสื่อสังคมออนไลน์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สุลต่านบรูไนปรับ ครม. ครั้งใหญ่ แต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาทีน" เป็น รมว.ต่างประเทศ (70%)

รายละเอียด

สุลต่านบรูไนปรับ ครม. ครั้งใหญ่ แต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาทีน" เป็น รมว.ต่างประเทศ

สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน ประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งสำคัญ แต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาทีน" เจ้าชายขวัญใจโซเชียลมีเดีย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมแต่งตั้ง "เจ้าชายอับดุล มาลิก" ร่วมครม. ด้วย ท่ามกลางการจับตาว่าเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งผ่านอำนาจสู่คนรุ่นใหม่ของราชวงศ์บรูไน

สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน พระชนมพรรษา 79 พรรษา ได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจและเว็บไซต์ทางการของรัฐบาล ประกาศปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 โดยไฮไลต์สำคัญคือการแต่งตั้งพระราชโอรส 2 พระองค์ ขึ้นเป็นรัฐมนตรี

โดยเจ้าชายอับดุล มาทีน  พระโอรสองค์ที่ 4 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งตำแหน่งนี้เดิมทีองค์สุลต่านทรงควบตำแหน่งด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ เจ้าชายอับดุล มาตีน วัย 34 ปี เป็นนายทหารที่ผ่านการฝึกในสหราชอาณาจักร นักบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบรูไน และนักกีฬาโปโล อีกทั้งยังเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากกว่า 3 ล้านคน จนได้รับฉายาจากสื่อหลายสำนักว่าเป็น "เจ้าชายแห่งอินสตาแกรม" โดยพระองค์จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพควบคู่ไปกับงานด้านการทูต

ส่วนเจ้าชายอับดุล มาลิก พระชันษา 42 ปี พระโอรสองค์ที่ 2 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นบทบาทในคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของพระองค์

องค์สุลต่านบรูไนแถลงว่า การแต่งตั้งพระโอรสทั้งสองพระองค์ในครั้งนี้ ได้พิจารณาจาก "ความจำนงและการที่พระองค์ได้ซึมซับระบบการบริหารราชการแผ่นดินมาตั้งแต่ต้น" ทั้งนี้ การปรับคณะรัฐมนตรีดังกล่าวทำให้ปัจจุบันมีพระบรมวงศานุวงศ์ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีรวม 4 พระองค์

แม้จะมีการส่งมอบตำแหน่งสำคัญให้พระโอรส แต่องค์สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ซึ่งทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ยืนยันว่าพระองค์จะยังคงดำรงตำแหน่งหลัก ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อไป

ขณะที่ มกุฎราชกุมาร อัล-มุห์ตาดี บิลลาห์ พระชันษา 52 ปี พระโอรสองค์โตและรัชทายาทอันดับที่ 1 ยังคงรั้งตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามเดิม

การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองเรื่องปัญหาสุขภาพขององค์สุลต่าน ซึ่งพระองค์ทรงปรากฏตัวต่อสาธารณชนน้อยลงในปีนี้ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และปีก่อนหน้านี้เคยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากอาการพระวรกายอ่อนเพลียอย่างรุนแรง ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

นอกเหนือจากการแต่งตั้งพระราชวงศ์แล้ว การปรับครม. ครั้งนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยมีการควบรวมและเปลี่ยนชื่อ "กระทรวงทรัพยากรขั้นปฐมภูมิและและการท่องเที่ยว" ให้กลายเป็น "กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม" เพื่อเร่งรัดการพัฒนาภาคส่วนที่สำคัญและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไม่ให้พึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ การปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการแต่งตั้ง รัฐมนตรีหญิงและรัฐมนตรีช่วยหญิงรวมกันมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งรวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย

บรูไนในฐานะประเทศที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานโลกที่มีชนวนเหตุมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน แม้บรูไนจะได้รับอานิสงส์จากการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลก็ต้องแบกรับภาระค่าอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศที่สูงลิ่วเพื่อพยุงราคาขายปลีกน้ำมันให้ต่ำที่สุดในภูมิภาค

เมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลบรูไนเพิ่งออกกฎระเบียบสั่งห้ามรถยนต์ป้ายทะเบียนต่างชาติที่มีน้ำมันในถังเหลือน้อยกว่า 3 ใน 4 เดินทางเข้าประเทศ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันข้ามพรมแดนและสำรองทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ ล่าสุดฝ่ายพลังงานของบรูไนได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อติดตามและประสานงานมาตรการรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ก่อนที่บรูไนจะร่วมเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปีขององค์สุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus