สังคม

แอปเปิล วางยุทธศาสตร์ห้องเรียนยุคใหม่ชู 4 เสาหลักสู่ระบบนิเวศการศึกษา

แอปเปิลเปิดยุทธศาสตร์การศึกษา ชู 4 เสาหลักสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ครู และกระบวนการเรียนการสอน เพื่อยกระดับห้องเรียนยุคดิจิทัล

แอปเปิล วางยุทธศาสตร์ห้องเรียนยุคใหม่ชู 4 เสาหลักสู่ระบบนิเวศการศึกษา
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

แอปเปิลเปิดยุทธศาสตร์การศึกษา ชู 4 เสาหลักสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ครู และกระบวนการเรียนการสอน เพื่อยกระดับห้องเรียนยุคดิจิทัล

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

แอปเปิล วางยุทธศาสตร์ห้องเรียนยุคใหม่ชู 4 เสาหลักสู่ระบบนิเวศการศึกษา (70%)

รายละเอียด

แอปเปิล วางยุทธศาสตร์ห้องเรียนยุคใหม่ชู 4 เสาหลักสู่ระบบนิเวศการศึกษา

อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68

Apple ใช้เวทีการศึกษาส่งสัญญาณถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวตั้งแต่ AI ที่เน้นความเป็นส่วนตัวการลงทุนพัฒนาครูไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน

ชู 4 เสาหลักสร้างระบบนิเวศการศึกษา พาชมโรงเรียนอันดับ 1 มาเลเซีย พิสูจน์โมเดล 1 คน 1 iPad ชี้ AI เน้นประมวลผลบนอุปกรณ์ ปกป้องข้อมูลนักเรียน ลงทุนพัฒนาครูผ่าน Apple Teacher และ Learning Coach โรงเรียนอัสสัมชัญถูกยกเป็นกรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน Child Accounts และ Parental Controls ยกระดับความปลอดภัยเด็ก Apple Intelligence เตรียมต่อยอดสู่ห้องเรียนผ่าน iOS 27 Apple Tech Leaders ใช้โมเดล " นักเรียนสอนนักเรียน "

ใครคือลูกค้าตัวจริงของหุ่นยนต์จีน? ธุรกิจฮิวแมนนอยด์โตแรง ภายใน 1 ปีกลายเป็นวาระระดับชาติ

แอปเปิล (Apple) ใช้เวที Designed for Every Kind of Learner ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ประกาศทิศทางการศึกษาของบริษัทในภูมิภาคเอเชีย โดยส่งสัญญาณชัดเจนว่าบทบาทของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่าย iPad หรือ Mac ให้กับโรงเรียนอีกต่อไป แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการศึกษา ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์, AI, ความปลอดภัยของนักเรียน และการพัฒนาครูเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการเรียนรู้ในห้องเรียนยุคดิจิทัล

ภายในงาน แอปเปิลเชิญนักการศึกษา สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์จากหลายประเทศในเอเชีย เยี่ยมชม Sekolah Berasrama Penuh Integrasi Gombak (INTEGOMB) คือโรงเรียนประจำสหศึกษาชั้นนำสำหรับนักเรียนอายุ 13 ถึง 17 ปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2–6) โรงเรียนได้รับเกียรติให้เป็น "โรงเรียนประสิทธิภาพสูง" ในปี 2012 และได้รับรางวัล "โรงเรียนแห่งความเป็นเลิศระดับโลก" ในปี 2014 ทำให้เป็นหนึ่งในสถาบันที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการยอมรับเช่นนี้

-โรงเรียนสหศึกษามีนักเรียนทั้งหมด 596 คน และครู 58 คน

- iPad 1 ต่อ 1 ในห้องเรียน

-Apple Teacher 48 คน

- มีการใช้ iPad มากกว่า 500 เครื่องทั่วทั้งโรงเรียน

โรงเรียนแห่งนี้เริ่มนำ iPad มาใช้ตั้งแต่ปี 2014 ก่อนขยายสู่โครงการ 1 คน 1 iPad ในปี 2018 ปัจจุบันนักเรียนทุกคนใช้อุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ตั้งแต่การทำโครงงาน การเขียนโปรแกรมด้วย Swift Playgrounds การสร้างสื่อดิจิทัล การพัฒนาแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR)

สรุปบทเรียนจากการเยี่ยมชม

การเยี่ยมชมทางโรเรียนได้สาธิตการสอน การเรียน โดยนักเรียนใช้เทคโนโลยีแอปเปิล เชื่อมการเรียนรู้หลายวิชา ตั้งแต่ คณิตศาสตร์ ภาษาญี่ปุ่น และพลศึกษา โดยใช้ iPad และแอปอย่าง Freeform, Keynote, Translate และ Reality Composer เพื่อทดลอง วัดผล และนำเสนอผลงาน

ด้านการสร้างนวัตกรรม นักเรียนพัฒนา iMarine แอปส่งเสริมการอนุรักษ์ทะเล และ PhytoTech หุ่นยนต์ช่วยฟื้นฟูป่า โดยทั้งสองโครงการได้รับรางวัลจากการแข่งขัน STEM

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือโครงการ Apple Tech Leaders (ATL) ที่คัดเลือกนักเรียนราว 100 คนให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในแต่ละห้องเรียน ช่วยสนับสนุนครูและเพื่อนนักเรียนในการใช้งานอุปกรณ์และแอปพลิเคชัน หลังผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญของแอปเปิล

ก่อนนำความรู้ไปจัดเวิร์กช็อปด้านการเขียนโค้ด การผลิตสื่อดิจิทัล และการตัดต่อวิดีโอ ส่งผลให้โรงเรียนคว้ารางวัลด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จากเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง นักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเหล่านี้ยังได้รับสิทธิ์เข้าถึงโปรแกรมการฝึกอบรมกับ Apple Professional Learning Specialists อีกด้วย

วาง 4 เสาหลักใช้สร้างระบบนิเวศการศึกษา

โดมินิค ลิชติ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ระดับโลกสำหรับภาคการศึกษา แอปเปิล กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาในห้องเรียนของแอปเปิล ไม่ได้มุ่งที่อุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับวิธีที่เทคโนโลยีช่วยให้เด็กเรียนรู้ สร้างผลงาน และพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ต่อได้ โดยวางแนวทางไว้ 4 ด้าน

-Design to Engage เน้นให้เทคโนโลยีใช้งานง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ เช่น Swift Playgrounds ที่ช่วยให้การเรียนเขียนโค้ดเข้าใจง่ายขึ้น รวมถึง Universal Control และ Handoff ที่ทำให้การทำงานระหว่าง iPad และ Mac ต่อเนื่องกัน

-Design for Expression เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกวิธีถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้ได้หลากหลาย ตั้งแต่วิดีโอ พอดแคสต์ ไปจนถึงโมเดล 3 มิติและแอปพลิเคชัน พร้อมเครื่องมือด้านการเข้าถึง เช่น Live Captions เพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดด้านการฟังหรือใช้ภาษาที่สองเข้าถึงเนื้อหาได้

-Design to Last มองต้นทุนการใช้งานในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะราคาซื้ออุปกรณ์ โดยพิจารณาอายุการใช้งาน ค่าบำรุงรักษา และมูลค่าขายต่อ รวมถึงประสิทธิภาพด้านพลังงานของชิป Apple Silicon

-Design to Ignite ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู ผ่าน Apple Teacher และ Apple Learning Coach เพื่อให้ครูสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในห้องเรียนและถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนครูต่อได้ ปัจจุบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี Apple Learning Coach มากกว่า 2,000 คน

แนวทางดังกล่าวทำให้การใช้เทคโนโลยีในห้องเรียนไม่ได้จบอยู่ที่การนำอุปกรณ์มาใช้ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ การเรียนรู้ การสร้างผลงาน การใช้งานระยะยาว ไปจนถึงการพัฒนาครู ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายการใช้เทคโนโลยีในระบบการศึกษา

นอกจากนี้ ลิชติ ได้ยกโรงเรียนอัสสัมชัญ ในไทยเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาใช้ตามแนวคิดของแอปเปิลโดยมองว่าโรงเรียนไม่ได้ใช้ iPad เพื่อทดแทนหนังสือเรียน แต่ใช้เป็นเครื่องมือให้นักเรียนสร้างโครงงานและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ภายใต้การสนับสนุนของผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอน แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียน

พร้อมชื่นชมนักเรียนไทยว่ามีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงความคิดเห็น และกระตือรือร้นในการนำเสนอผลงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Design for Expression ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกวิธีถ่ายทอดความรู้และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง

เทคโนโลยีเบื้องหลังห้องเรียนยุคใหม่

สำหรับ AI ที่ใช้ในภาคการศึกษาควรประมวลผลบนอุปกรณ์ (On-device AI) ให้มากที่สุด เพื่อลดการส่งข้อมูลของนักเรียนและครูไปยังระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการพัฒนา Apple Intelligence ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวควบคู่กับการใช้งาน AI

เพื่อให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน แอปเปิลได้สาธิต AI Assistant ที่ทำงานร่วมกับแอป Craft บน Mac ซึ่งสามารถช่วยครูสรุปบันทึกพฤติกรรมของนักเรียน สร้างร่างอีเมลถึงผู้ปกครอง ปรับโทนภาษา และแปลข้อความได้ภายในไม่กี่วินาที โดยข้อมูลทั้งหมดประมวลผลบนอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลของนักเรียนไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก และยังสามารถใช้งานได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ แอปเปิล ยังสาธิตการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี AR และการบริหารชั้นเรียนผ่านแอป Classroom ซึ่งช่วยให้ครูส่งบทเรียน เว็บไซต์ หรือแบบฝึกหัดไปยังนักเรียนทั้งห้อง ติดตามความคืบหน้า แบ่งกลุ่มผู้เรียน และให้ข้อเสนอแนะได้แบบเรียลไทม์ สะท้อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตั้งแต่การจัดการเรียนการสอน การสื่อสารกับผู้ปกครอง ไปจนถึงการดูแลข้อมูลของนักเรียน

แอปเปิล ยังยกระดับระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง (Parental Controls) เพื่อให้ผู้ปกครองบริหารจัดการการใช้งานอุปกรณ์ของบุตรหลานได้จากศูนย์กลาง ทั้งการจำกัดเนื้อหาตามช่วงวัย กำหนดรายชื่อผู้ติดต่อ ควบคุมระยะเวลาการใช้งานแอป และตั้งค่า Child Accounts (บัญชีสำหรับเด็ก) สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งช่วยเปิดใช้มาตรการปกป้องที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ตั้งแต่เริ่มใช้งาน

ระบบยังรองรับการอนุมัติผู้ติดต่อและการติดตั้งแอปใหม่ผ่านฟีเจอร์ Ask to Buy พร้อมฟีเจอร์ Communication Safety ที่สามารถแจ้งเตือนหรือแทรกแซงอัตโนมัติเมื่อพบการแชร์ภาพหรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึง Screen Time ที่ช่วยกำหนดระยะเวลาการใช้งานอุปกรณ์ เพื่อเสริมความปลอดภัยและส่งเสริมการใช้งานดิจิทัลของเด็กอย่างเหมาะสม

สำหรับสถานศึกษาแล้ว ยังมี Apple School Manager, ระบบ Mobile Device Management (MDM) และแอปต่างๆ ช่วยให้โรงเรียนติดตั้ง ตั้งค่า และบริหารจัดการอุปกรณ์จำนวนมากจากศูนย์กลาง ภายใต้การควบคุมข้อมูลของสถานศึกษา

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ด้าน AI และเครื่องมือบางส่วนที่นำมาสาธิต จะทยอยเปิดให้ใช้งานพร้อมการอัปเดต iOS 27, iPadOS 27 และ macOS 27ในช่วงต่อไป

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus