สังคม

"มิน พีชญา" ขอพิจารณาคดีลับหลัง อยากกลับมารับงานตามปกติ ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ดิไอคอน

"มิน พีชญา" ขอศาลอนุญาตสืบพยานลับหลัง ส่งทนายเป็นตัวแทนลุยสู้คดีดิไอคอน ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ ขอไปใช้ชีวิตธรรมดา กลับมารับงานได้ปกติ

"มิน พีชญา" ขอพิจารณาคดีลับหลัง อยากกลับมารับงานตามปกติ ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ดิไอคอน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"มิน พีชญา" ขอศาลอนุญาตสืบพยานลับหลัง ส่งทนายเป็นตัวแทนลุยสู้คดีดิไอคอน ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ ขอไปใช้ชีวิตธรรมดา กลับมารับงานได้ปกติ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

"มิน พีชญา" ขอพิจารณาคดีลับหลัง อยากกลับมารับงานตามปกติ ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ดิไอคอน (70%)

รายละเอียด

"มิน พีชญา" ขอพิจารณาคดีลับหลัง อยากกลับมารับงานตามปกติ ยันบริสุทธิ์เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ดิไอคอน

ความคืบหน้าใน คดีดิไอคอน  หลังศาลอาญาได้นัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งศาลได้นำคดีของทั้ง มิน พีชญา และ แซม ยุรนันท์  ไปรวมพิจารณากับคดีหลัก โดยในวันนี้ทั้งสองคนไม่ได้เดินทางมาที่ศาล แต่ได้มอบหมายให้ทีมทนายความมาทำหน้าที่แทน

ล่าสุด ทนายธนากร แหวกวารี ทนายความส่วนตัวของ มิน พีชญา ได้เดินทางมาศาล เพื่อทำหน้าที่ในการนัดสืบพยานของคดีดิไอคอนเพิ่มเติม โดยในวันนี้ มิน พีชญา ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยตนเอง เพราะขอพิจารณาคดีลับหลังเพื่อเอื้อต่อการดำเนินชีวิตปกติ

โดยทนายธนากรเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการนัดสืบพยานโจทก์ จากคดีของคุณมินกับคุณแซม เนื่องจากฟ้องทีหลัง โดยคดีใหญ่เขาได้พิจารณาไปก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 พอเราเพิ่งโดนฟ้อง ศาลก็ได้สั่งรวมพิจารณาคดี เนื่องจากเป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกัน ทางจำเลยก็ได้ให้ความร่วมมือกับศาลที่จะมาพิจารณาคดีใหญ่ และได้มีการสืบพยานจำเลยไปบ้างแล้ว

ส่วนลูกความของตนเอง ก็คือ มิน พีชญา ก็ได้ขอพิจารณาคดีลับหลัง เพราะว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติธรรมดา ส่วนเรื่องคดีก็เป็นเรื่องของทนาย ที่ต้องมาว่าความให้

เมื่อถามว่า การรวมคดีในวันนี้ มีความหนักใจไหม เพราะก่อนหน้านี้ศาลสั่งไม่ฟ้อง ทนายเผยว่า ถ้าตามเนื้อหาของคดีแล้ว ทางเราให้การมาตลอดว่าเราเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการที่จะไปเกี่ยวข้องกับบริษัท The Icon ลูกความผมประมาณปีครึ่ง แค่นั้นเอง ส่วนเนื้อหาที่เขาสืบไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2562 ตามคดีนี้เราเกี่ยวข้องแค่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งเราให้การยืนยันมาตลอดว่าเราเป็นพรีเซ็นเตอร์ และทำหน้าที่ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ทางอัยการก็สั่งไม่ฟ้องและก็ไปสู้ในแบบเดิม ส่วนข้อหาที่ตั้งเป็นการตั้งข้อหารวม แต่ในคดีอาญา ใครเกี่ยวข้องแค่ไหนก็ว่ากันไปตามนั้น

การรวมคดีสร้างความหนักใจหรือไม่ ด้านทนายเผยว่า จะรวมหรือไม่รวม ก็ไม่หนักใจ เพราะว่าความจริงมันก็คือว่าเราทำงานแค่ไหน เรารับผิดชอบแค่ไหน เรากระทำผิดตามฟ้องของโจทก์รึเปล่า ไม่ได้มีนอกเหนือจากนี้

คนบริสุทธิ์ก็ตามนั้นแหละครับ เนื้อหาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว คือข้อเท็จจริงมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่เกิดขึ้นมาได้แล้ว ในตอนนี้พิสูจน์ทราบให้ทางผู้พิพากษาหรือศาลเห็นว่า การกระทำของลูกความของเรา กระทำมาอย่างไรตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่ว่าเอาข้อเท็จจริงมาให้ผู้พิพากษาได้ตัดสิน

ที่ มิน พีชญา ไม่ได้เดินทางมาศาลด้วย เพราะทางเราขอพิจารณาคดีลับหลัง มันเป็นสิทธิของจำเลยอยู่แล้ว ที่สามารถขอพิจารณาคดีลับหลังได้ ตัวมินไม่ได้เครียดอะไรแล้ว เขาขอกลับไปใช้ชีวิตธรรมดาและรับงานได้ปกติ เพราะในเรื่องของคดี ทางมินเองได้ทำความเข้าใจในเนื้อหา และทำงานร่วมกันกับทนาย แต่ว่าในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ทางกระบวนการของศาลจะต้องสืบพยาน ซึ่งนัดไว้ก่อนหน้านี้ 100 นัด และจะไปเสร็จสิ้นอีกทีปลายปี 70 ซึ่งใช้ระยะเวลาพิสูจน์ ซึ่งลูกความเองก็ไม่ได้มีความเครียดอะไร รอกระบวนการให้มันสิ้นสุดไปแค่นั้น

มิน ฝากความคิดถึงสื่อมวลชน และเขาก็คิดถึงอยากจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ เขาก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม่ได้มีอะไร หลังจากนี้ก็จะสืบพยานโจทก์ไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม และมีนัดอีกทีน่าจะมกราคม 2570 อีก 90 นัด ไปสิ้นสุดอีกทีปลายปี 2570 ทุกอย่างต้องรอให้เสร็จก่อน.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus