สังคม

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาต่อเนื่อง

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง เบื้องต้นพบปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับหลายแห่ง และร่างกายอ่อนเพลียจากการกินอาหารได้น้อย

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาต่อเนื่อง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง เบื้องต้นพบปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับหลายแห่ง และร่างกายอ่อนเพลียจากการกินอาหารได้น้อย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาต่อเนื่อง (70%)

รายละเอียด

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาต่อเนื่อง

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง เบื้องต้นพบปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับหลายแห่ง และร่างกายอ่อนเพลียจากการกินอาหารได้น้อย

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ว่า “สีดอทองม้วน” ช้างป่าอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหลังซ้าย และอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์ ได้ล้มแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เบื้องต้นพบสาเหตุสำคัญ ได้แก่ ปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับตามลำตัวหลายแห่ง รวมถึงกินอาหารได้น้อยและมีอาการอ่อนเพลียจากการนอนเป็นเวลานาน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ติดตามรักษาสีดอทองม้วนมาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 หลังพบบาดเจ็บบริเวณป่าเขาตะแคง บ้านสลอบ ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

รายงานการรักษาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ระบุว่า สีดอทองม้วนกินอาหารและน้ำได้น้อย ปริมาณอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีอาการอ่อนเพลีย นอนมากขึ้น รวมทั้งมีความร่าเริงและการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมลดลง แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนี้ ทีมสัตวแพทย์จะผ่าซากและเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจ เพื่อหาสาเหตุการล้มอย่างละเอียด ขณะที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจะเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการขออนุมัติทำลายซากด้วยการฝังตามขั้นตอนต่อไป.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus