สังคม

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ แต่มีหน้าที่หาคนผิดมาลงโทษ ลั่น เกลียดเรื่องโกง โชว์ผลงานสั่งล้างโกงเดือนเดียวเห็นผล

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ แต่มีหน้าที่หาคนผิดมาลงโทษ ลั่น เกลียดเรื่องโกง โชว์ผลงานสั่งล้างโกงเดือนเดียวเห็นผล

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ (70%)

รายละเอียด

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์

“นายกฯ อนุทิน” ฟาด “โรม” ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ แต่มีหน้าที่หาคนผิดมาลงโทษ ลั่น เกลียดเรื่องโกง โชว์ผลงานสั่งล้างโกงเดือนเดียวเห็นผล

วันที่ 7 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเป็นคนเลือกทีโออาร์ ผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพา พ้นจากการรับงาน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะให้ตนตอบอย่างไร ตอนนี้เรื่องอยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ตำรวจ ปปง. และหลายคณะกรรมการ ซึ่งผลสอบสวนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ตนก็ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนเกี่ยวข้องอย่างเดียวคือไม่ให้โกง

พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีโออาร์ ไม่รู้เรื่อง มันไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือ การกระทำใด ๆ ก็ตาม ในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นไปตามกฎหมายสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้

“ไอ้สิ่งที่เราทำ ก็ไม่พูด ไปพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ดำเนินคดีไปแล้วกี่คน แจ้งข้อหาไปแล้วกี่คน แต่เราไม่ใช่ศาลฯ เราไปลงโทษเขาเองไม่ได้ แต่ก็แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว”

นายอนุทิน ยังระบุอีกว่าเมื่อวานนี้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมประชุม ก.กลาง นำผลของ กสถ. ไปร่วมประชุม ซึ่ง ก.กลาง ก็ประชุมอีกทีสุดท้ายผลก็ออกมาเหมือนเดิม ก็ต้องประกาศยกเลิกผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่มีพฤติกรรมสอบไปในทางทุจริต 5,000 กว่าราย

โดยหลังจากนี้ ก.กลาง ก็จะส่งมติ ไปให้ส่วนท้องถิ่น และส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งนี่คือขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จะทำให้มันยืดเยื้อ และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ก็จะส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับคนพวกนี้เข้าไป และจะไม่มีการจ้าง เพราะมาไม่ถูกต้อง

ส่วนที่แม้จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ และมีผลตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีความพยายามที่จะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ อยากย้อนถามหรือไม่ว่า จะต้องรับผิดชอบแค่ไหนถึงจะพอใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนรับผิดชอบในหน้าที่ทำงานของตนอยู่แล้วในทุกวันนี้ มันไม่ต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้ ทุกคนทำงานมีความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่ ตราบใดที่เขายังทำงานซื่อสัตย์สุจริต และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ดังนั้นการรับผิดชอบก็คือการหาคนกระทำความผิด มาลงโทษ และทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกในการคัดสรรตัวบุคคลเข้ามารับผิดชอบงานต่างๆเหล่านี้ ถึงบอกว่า อาวุโสอย่างเดียวพอไหม ประวัติการทำงานต้องนำมาประกอบด้วยหรือไม่ ผลงานฝีมือ เชาวน์ไวไหวพริบ ต้องนำมาประกอบกันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราพยายามไม่ให้เกิดขึ้น

ส่วนที่นายโรม พยายามดึงชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คุณโรม เคยพูดอะไรแล้วเป็นไปตามนั้นบ้าง ซึ่งเขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น มีเรื่องมีราวขึ้นมาให้มันเป็นข่าว แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่มันเป็นข้อเท็จจริง ใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี ซึ่งก็พูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาคิด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วก็ปล่อยเขาไปเถอะ ตนก็มีหน้าที่ทำตามในสิ่งที่ตนต้องรับผิดชอบ คือการเอาคนผิดมาลงโทษ ปลดคนที่ทุจริต ไม่ให้ได้รับการจ้าง และอำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่เข้ามาสอบอย่างสุจริต ซึ่งทุกอย่างมีกรอบของการปฏิบัติหน้าที่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

ส่วนมั่นใจใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายและจะสามารถล้มรัฐบาลได้ นายอนุทิน ถามกลับว่า คำว่ามั่นใจคืออะไร ซึ่งก็ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรมิชอบ หากตนเองทำอะไรที่มันมิชอบแล้ว มันไม่มีทางไม่มั่นใจหรอกครับ แต่ที่มั่นใจได้ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ได้สุจริต ซึ่งตนเกลียดเรื่องพวกนี้ เผลอ ๆ เกลียดมากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ก็ขอให้ไปดูที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบาย ก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งมันช้าไปหรือไม่เป็นเวลาหนึ่งเดือน บางคดียาวนาน 5 -10 ปี อย่างเรื่อง 44 สส. กว่าเขาจะสอบก็ถึงปีหน้าเลย ซึ่งเรื่องของเราเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเขาอยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดีไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล เขาก็จะพูดอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเฟกนิวส์ ตอนนี้คนพูดเฟกนิวส์เยอะ คนพูดมากแล้วพลาดมีเยอะ ก็ปล่อยให้เขาทำไป เราก็อย่าพลาดก็แล้วกัน เราก็ต้องทำให้มันไม่พลาด โดยการไม่ไปทำผิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus