สังคม

อคส. ขาดทุนหลายร้อยล้าน “วีระ” ชี้บริหารล้มเหลว แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ

“อ.วีระ” กมธ.งบฯ 2570 ชี้ อคส. บริหารภายในล้มเหลว ขาดทุนหนักหลายร้อยล้าน แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ ด้านปลัดพาณิชย์แจงรายจ่ายมากกว่ารายรับ สำนักงบฯ ตัดเงินเดือนจึงต้องคืนกลับมา

อคส. ขาดทุนหลายร้อยล้าน “วีระ” ชี้บริหารล้มเหลว แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“อ.วีระ” กมธ.งบฯ 2570 ชี้ อคส. บริหารภายในล้มเหลว ขาดทุนหนักหลายร้อยล้าน แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ ด้านปลัดพาณิชย์แจงรายจ่ายมากกว่ารายรับ สำนักงบฯ ตัดเงินเดือนจึงต้องคืนกลับมา

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

อคส. ขาดทุนหลายร้อยล้าน “วีระ” ชี้บริหารล้มเหลว แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ (70%)

รายละเอียด

อคส. ขาดทุนหลายร้อยล้าน “วีระ” ชี้บริหารล้มเหลว แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ

“อ.วีระ” กมธ.งบฯ 2570 ชี้ อคส. บริหารภายในล้มเหลว ขาดทุนหนักหลายร้อยล้าน แนะไล่จัดการบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่เหลือ ด้านปลัดพาณิชย์แจงรายจ่ายมากกว่ารายรับ สำนักงบฯ ตัดเงินเดือนจึงต้องคืนกลับมา

ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19 พิจารณา มาตรา 19 กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานในกำกับ  โดยมี กมธ. ร่วมอภิปรายและซักถามงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น

ขณะที่เมื่อเวลา 13.45 น. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเงินงบประมาณมา 7,271 ล้านบาท มีเงินนอกงบประมาณมาสมทบ 78 ล้านบาท สำหรับ 9 หน่วยราชการ 1 รัฐวิสาหกิจ 2 กองทุนหมุนเวียน และ 3 องค์การมหาชน คำถามแรก กระทรวงพาณิชย์มีเงินนอกงบประมาณในขณะนี้ประมาณ 600 ล้านบาทถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องคำถามคือเอาไปเก็บ เอาไปซุก เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน น่าจะเจียดมาสำหรับการสมทบกับงบประมาณให้มากกว่านี้ ถ้าข้อมูลของตนผิดสามารถชี้แจงได้ แต่ถ้าข้อมูลของตนถูกต้อง สิ่งที่อยากจะบอกคือนับจากนี้ไปความจำเป็นที่จะต้องเอาเงินนอกงบประมาณที่คงเหลือและไม่ได้ใช้ โอนเข้ามาในงบประมาณรายจ่ายสมทบให้มากขึ้น ปีนี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้ ปีหน้าตนแนะนำว่าอย่าทำแบบนี้

ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง ด้วยเหตุที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) ไม่ได้ของบประมาณจึงไม่เห็นหน้าตาว่าเป็นอย่างไร เมื่อไปค้นดูปรากฏว่า ในปี 2568 สิ้นสุด 30 กันยายน องค์การคลังสินค้ามีผลประกอบการขาดทุน 256 ล้านบาท ปี 2567 ขาดทุน 469 ล้านบาท และไม่รู้ว่าสถานะของที่นี่เป็นอย่างไร เพราะยังตั้งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าไม่ได้จนถึงขณะนี้ ต้องบอกว่าน่าจะเป็นความบกพร่องล้มเหลวในการบริหารภายในองค์กรตัวเอง ซึ่งคลังสินค้าเป็นเรื่องสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนี้องค์การคลังสินค้าของรัฐบาลไม่ได้ทำอะไร นอกจากเวลาซื้อของไปแทรกแซงสินค้าเกษตรยังไปฝากโรงสีเลย เอาไว้ถ้าเขาจะต้องมาขอเงิน ตนค่อยมาพูดแล้วกัน ในเมื่อไม่ได้ของบประมาณก็อยู่นอกเหนือการจะดูแลของทางเรา เพราะเรามีหน้าที่ดูเฉพาะส่วนที่อยู่ในงบประมาณ

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานสำคัญ แต่น่าเสียดายที่ปลัดคนเก่งปีนี้ต้องเกษียณ ซึ่งจะทำให้ท่านมีเวลาเยอะขึ้นในการทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบริษัทเอกชน หรือต่อไปถ้าไม่ได้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้ว เขาจะให้มานั่งเป็นกรรมการธรรมดาหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ส่วนคนที่จะมาแทนตนไม่มีอะไรฝาก แต่สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องของคนที่จะต้องมาทำแทนท่าน ซึ่งก็คงเป็นใครสักคนหนึ่งในห้องนี้ เพราะมี C10 อยู่ประมาณ 10 กว่าคน

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่ตนรู้จักมีทั้ง นายวิจารณ์ นิวาตวงศ์, นายพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา, นายจเร จุฑารัตนกุล, นายสมพล เกียรติไพบูลย์, นายเกริกไกร จีระแพทย์, นายการุณ กิตติสถาพร ความโบราณของตนขนาดนั้น แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปลัดทุกคนรวมทั้ง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบันที่จะเกษียณ มีทั้งหมด 10 คน ต้องบอกว่าเฉลี่ยอยู่กันคนละ 2 ปี ทำงานกันค่อนข้างจะบีบรัดพอสมควร ถ้าปีนี้จะตั้งปลัดก็เอาให้ที่เหลืออายุราชการมากกว่า 1-2 ปีก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นก็จะตกอัตราเฉลี่ยถอยลงมาอีก ส่วนท่านที่จะเกษียณใน 1-2 ปีข้างหน้าอย่ามาว่าตนเพราะไม่เกี่ยว ไม่ได้ยุ่งเรื่องพวกนี้

สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ของบประมาณมา 1,767 ล้านบาท เอาไปทำอะไรเหมาะควรหรือไม่ กมธ.ท่านอื่นคงจะซักถาม ส่วนตนสนใจแต่เพียงว่าในปี 2567 และปี 2568 ท่านใช้จ่ายมากกว่าเงินที่ได้รับมา รายละเอียดอยู่ในงบการเงินข้อที่ 18 แต่ตนไม่มีอะไรห่วง คิดว่าถึงจะใช้มากกว่าที่เรารับมา ถ้าเราใช้คุ้มก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ท่านคงรู้ว่าเรื่องปัญหาของการคุมค่าใช้จ่าย ให้รายได้มีมากกว่าค่าใช้จ่าย อันนี้คงจะเป็นเรื่องที่ท่านจะไปดำเนินการ ท่านคงรู้ปัญหาดี คนที่มาต่อจากท่านก็คงจะไปแก้

“แต่ที่อยากจะให้ท่านช่วยบริหารจัดการจริงๆ เป็นเงินแค่ 1 ล้านกว่าบาทเท่านั้นเอง เมื่อดูหมายเหตุงบการเงินข้อ 6 ซึ่งเป็นบริษัทจังหวัดพาณิชย์ ต้องบอกว่านี่เป็นมรดกตกทอดตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งยังตกค้างอยู่ 16 จังหวัด จะไปทำอะไรก็ไปทำ จะชำระบัญชียุบเลิกกิจการอะไรก็ทำไปเถอะ อย่ามาเก็บเอาไว้ให้มันเป็นที่รกตาอยู่ในหมายเหตุงบการเงินเลย ผมทราบว่ามันมีบางบริษัทยกเลิกไปแล้ว

สำหรับสำนักงานปลัด อย่างที่ผมบอกไปว่าเป็นห่วงเรื่องเดียวคือเรื่ององค์การคลังสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านต้องดูแลโดยตรง ไม่ทราบว่าใครเป็นประธาน ใครเป็นผู้จัดการ ถ้าพูดกันแบบไม่ต้องเกรงใจมันไม่มีภาระหน้าที่แล้วสำหรับองค์การคลังสินค้า ความริเริ่มต่อไปของคนที่จะมาเป็นปลัดคนต่อไป ทำแผน Reverse, Regress ค่อยๆ ลด ไม่ให้มันมีบทบาทในอนาคตเพราะคนอื่นทำได้ดีกว่าเรา ที่ผ่านมาทำแล้วขาดทุนตลอด บอกไว้เลยว่าถ้ารัฐวิสาหกิจแห่งไหนยังหาผู้บริหารสูงสุดไม่ได้จะเป็นคนในคนนอกมาทำหน้าที่เนี่ย แบบรักษาการยาวๆ แบบนี้ มันบอกถึงอาการที่ไปต่อไม่ได้ ไม่ว่ามันจะมีปัญหาอะไรก็ตามที”

ขณะเดียวกัน สิ่งที่อยากจะพูดเอาไว้ตรงนี้คือในแง่ของการชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์อาจจะต่างจากกระทรวงอื่นคือท่านไปชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการก่อน แล้วค่อยชี้แจงในคณะกรรมาธิการ หมายความว่าท่านไปในชุดที่เขาดำเนินการตัดอะไรกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อเพราะท่านจบกันเรียบร้อยแล้ว แต่ละท่านรู้แล้วว่าได้เงินเท่าไหร่ในโปรเจกต์ไหนที่ต้องไปเข้าอนุกรรมาธิการแต่ละคณะ ตนไปอยู่คณะหนึ่งก็ทราบว่าเขาตกลงกันไปอย่างนั้นแล้ว

พร้อมกันนี้ นายวีระ ยังฝากไปถึงสำนักงบประมาณ และเลขานุการที่จัดประชุม ว่า มันควรจะเป็นลำดับ ต้องมาห้องใหญ่ก่อนแล้วไปห้องเล็กมันถึงจะถูกหลัก ถ้าตนไม่ไปนั่งประชุมก็ไม่รู้เรื่อง แม้ว่าห้องนี้จะไม่ใช่ห้องที่มาตัดลดงบประมาณก็จริง แต่เราควรจะมีภาพใหญ่ที่ให้คณะอนุกรรมาธิการเขารับไปดำเนินการ เพราะเขามีหน้าที่โดยตรง แต่เราก็มีหน้าที่เหมือนกัน ที่เราต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น

สำหรับกรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนกรมอื่นๆ คือ 2 กรมนี้จะมีกองทุนหมุนเวียนที่ไม่ใช่นิติบุคคล กรมการค้าภายใน มีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ส่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กองแรกขอเงินมา 700 ล้านบาท กองหลังขอเงินมา 600 ล้านบาท ขอยังไม่พูด รอให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมการค้าภายในมาชี้แจงก่อน จึงจะขอพูดเรื่องที่จะแก้ไขหรือแนะนำอะไรก็สุดแท้แต่

วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ต่อมาเวลา 15.06 น. นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถาม นายวีระ ว่า หน่วยงานที่มีกองทุนคือกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมการค้าภายใน โดยจะให้แต่ละกรมชี้แจงรายละเอียด ส่วนที่มีการใช้งบประมาณมากกว่าที่ได้รับมานั้น เงินที่ขอไปตนก็ได้ถามว่าทำไมถึงใช้เยอะกว่า เนื่องจากตอนตั้งไปสำนักงบประมาณดันไปตัดเงินเดือน ฉะนั้นเงินจ่ายไม่พอจึงต้องคืนเงินเดือนกลับมา ซึ่งมันเป็นเงินจำนวนไม่เยอะ โชคดีที่เมื่อคืนอ่านเจอพอดี

ส่วนเรื่องงบบริษัทจังหวัดพาณิชย์ที่ นายวีระ แนะให้ไปไล่ปิดให้หมดนั้น ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ขอเรียนความคืบหน้า บริษัทจังหวัดยังคงเหลืออยู่ 16 จังหวัด โดยกระทรวงสั่งการไปเรียบร้อยแล้วว่าจังหวัดที่ยังมีบริษัทจังหวัดที่คงค้างอยู่ให้เร่งดำเนินการปรับปรุงราคาหุ้นให้เป็นปัจจุบันและให้ขายโดยวิธีเปิดซองประมูลให้เร็วที่สุด ขณะที่เรื่ององค์การคลังสินค้า ขอกลับไปดูให้อีกครั้ง.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus