สังคม

คดีใหญ่...บนหน้าสื่อ ทำไมคนไทยลืมง่าย?

ทำไม “คนไทย” ลืมง่าย? ลองนึกกันว่า...มี “คดี” อะไรบ้างที่ “ดราม่า” กันแทบตาย แต่สุดท้ายก็เลือนหายไปกับกาลเวลา และทำยังไงให้สังคมไทยจำเก่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเต็มโซเชียลมีเดีย

คดีใหญ่...บนหน้าสื่อ ทำไมคนไทยลืมง่าย?
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ทำไม “คนไทย” ลืมง่าย? ลองนึกกันว่า...มี “คดี” อะไรบ้างที่ “ดราม่า” กันแทบตาย แต่สุดท้ายก็เลือนหายไปกับกาลเวลา และทำยังไงให้สังคมไทยจำเก่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเต็มโซเชียลมีเดีย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

คดีใหญ่...บนหน้าสื่อ ทำไมคนไทยลืมง่าย? (70%)

รายละเอียด

ทำไม “คนไทย” ลืมง่าย? ลองนึกกันว่า...มี “คดี” อะไรบ้างที่ “ดราม่า” กันแทบตาย แต่สุดท้ายก็เลือนหายไปกับกาลเวลา และทำยังไงให้สังคมไทยจำเก่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเต็มโซเชียลมีเดีย เมื่อมีข่าวใหม่เข้ามา ประเด็นที่เคยร้อนแรงก็ค่อยๆถูกเบียดออกไป...จนวงจร “ความสนใจ” ของ “สังคม” สั้นลงเรื่อยๆ“Thairath Plus” ไทยรัฐพลัส ขอพาทบทวนความคืบหน้า 4 คดีใหญ่ระดับชาติตามที่ปรากฏบนหน้าสื่อล่าสุด และชวนกันคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้คนไทยลืมง่ายกันอีกด้วย1.“ไอ้โม่ง” คือใคร? ปริศนาน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรกลางทะเล เรื่องราวที่ดูเหมือนพล็อตหนังโจรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม ออกมาเปิดเผยว่า มีน้ำมันหายไปจากระบบจำนวนมหาศาลถึง 57 ล้านลิตร ระหว่างการขนส่งจากคลังต้นทางไปยังปลายทางที่ จ.สุราษฎร์ธานีข้อมูลระบุชัดเจนว่าน้ำมันถูกจ่ายออกจากคลัง 217 ล้านลิตร ผ่านการขนส่ง 96 เที่ยวเรือ แต่เมื่อถึงปลายทางกลับเหลือเพียง 160 ล้านลิตรเท่านั้น คำถามที่สังคมยังคงเฝ้ารอคำตอบคือ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการหายไปของน้ำมัน 57 ล้านลิตรในครั้งนี้? 2.มหากาพย์ข้ามปี คดีหมูเถื่อนที่ยังไม่คืบหน้า วิกฤติหมูเถื่อนที่ทำลายกลไกราคากระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไทยมาตั้งแต่ราวปี 2564 เริ่มต้นจากการอายัดตู้สินค้าตกค้างที่ท่าเรือแหลมฉบัง จน DSI ได้ขยายผลแตกเลขเป็นคดีพิเศษถึง 12 คดี และส่ง 11 สำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ...สิ่งที่น่ากังวลคือก้าวเข้าสู่กลางปี 2569 กลับไม่มีรายงานข่าวถึงความคืบหน้าของคดีหมูเถื่อนนี้ปรากฏบนหน้าสื่ออีกเลย3.เครนถล่มพระราม 2 และทับรถไฟ ความปลอดภัยที่แลกด้วยชีวิต เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มถนนพระราม 2 และเครนหล่นทับรถไฟใน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซ้ำเติมความคลางแคลงใจต่อมาตรฐานความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐอย่างไรก็ตามนอกจากการเยียวยาเบื้องต้น ทางศาลปกครองได้ออกมาระบุว่า ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐได้ภายในอายุความ 1 ปี แต่ในมุมของประชาชนยังมีกระแสหวาดระแวงว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกหรือไม่ และโครงการก่อสร้างที่ยืดเยื้อยาวนานจะแล้วเสร็จเมื่อใด4.รอยร้าวการทุจริตในโศกนาฏกรรมตึก สตง. แห่งใหม่สูง 30 ชั้นในไทย มูลค่าการก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท พังถล่มคร่าชีวิตแรงงานไปถึง 95 ราย การดำเนินคดีถูกแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ คดีอาญาหลัก ตำรวจส่งสำนวนกว่า 90,000 หน้า ให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย...คดีทุจริตและฮั้วประมูล DSI พบเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 72 รายเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลโดยเฉพาะการทุจริตล็อกสเปก มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงคณะกรรมการต่างๆ สุดท้ายข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ครบรอบ 1 ปีเหตุตึกถล่มมีการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมแล้ว 129.85 ล้านบาท จากทั้งภาครัฐ คปภ. และผู้รับจ้าง ขณะที่โฆษก สตง.แถลงด้วยว่าเตรียมเดินหน้าเรียกร้องจากผู้รับจ้างต่อไป 5.ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่รออยู่ กับฝุ่นพิษที่รอไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามจากหลายรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปจนถึงกลไกระดับอาเซียน แต่ความสนใจของสังคมกลับมีอยู่เป็นระลอก จนยังไม่เห็นกลไกเชิงรุกที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จและยั่งยืนคำถามสำคัญมีว่า...“ลืมจริง” หรือ “ถูกทำให้ลืม”? น่าสนใจว่าคำว่า “ลืมง่าย” เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่ปลายเหตุ แต่รากเหง้าของปัญหาประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักเริ่มจาก กระบวนการยุติธรรมที่ “กัดกร่อนความสนใจ”... คดีอย่างตึก สตง.ถล่ม หรือหมูเถื่อนมีความซับซ้อนของสำนวนและจำนวนผู้ต้องหาที่มาก เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปีความรู้สึกโกรธหรือตื่นตัวของคนจะลดลงตามธรรมชาติ กลายเป็นความท้อแท้ สังคมไม่ได้ลืม แต่ “รอไม่ไหว”...จนต้องเอาพลังงานไปใช้กับเรื่องอื่นที่เร่งด่วนกว่าในชีวิตถัดมา ภาวะข้อมูลล้นทะลัก ในยุคโซเชียลมีเดีย “วงจรข่าว” สั้นลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง เรื่องน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรอาจจะถูกกลบด้วยดราม่าดาราในวันถัดไป สมองมนุษย์มีขีดจำกัดในการประมวลผล เมื่อมีเรื่องใหม่ที่สะเทือนใจกว่าเข้ามา เรื่องเก่าจะถูกผลักไปไว้ในส่วนลึกของความจำทันทีปัจจัยสุดท้าย กลยุทธ์ “ซื้อเวลา” สะท้อนถึงเทคนิคการ บริหารจัดการข่าว คือการ “รอให้เรื่องเงียบ” เมื่อสื่อไม่ตาม ประชาชนไม่กดดัน กลไกตรวจสอบก็อาจจะทำงานช้าลงหรือหยุดชะงักได้ง่ายขึ้นอีกทั้งสังคมไทยมีกลไกป้องกันทางจิตใจที่เน้นการประนี ประนอมเพื่อความอยู่รอด หากต้องแบกรับความแค้นหรือความไม่ยุติธรรมในทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา สุขภาพจิตของคนในชาติจะพังทลาย การ “ลืม” จึงเป็นวิธีหนึ่งในการเอาตัวรอด บวกกับความซับซ้อนเชิงเทคนิคคดีเชิงโครงสร้าง เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือการฮั้วประมูลตึก สตง. มีรายละเอียดทางกฎหมายที่เข้าใจยาก ทำให้คนทั่วไปเข้าไม่ถึงแก่นของปัญหา เมื่อไม่เข้าใจก็ยากจะจดจำและติดตาม ถึงตรงนี้ลืมง่ายจริงหรือไม่? คำตอบคือ... “ไม่จริงทั้งหมด”“คนไทยไม่ได้ลืม แต่ไม่ได้ถูกกระตุ้นให้จำ” บทสรุปวิธีสร้าง “ภูมิคุ้มกันความลืม” พุ่งเป้าไปที่...เปลี่ยนข่าวร้ายเป็นบทเรียน ...เลือกประเด็นยาวๆ...ต่อยอดกระแส...เน้นข้อเท็จจริง...สนับสนุนสื่อสืบสวนคือกลยุทธ์ที่เฉียบแหลม เพราะเป็นการเปลี่ยนจาก “การใช้อารมณ์ชั่ววูบ” มาเป็น “การใช้กลไกติดตามผล”สังคมที่ไม่ลืมง่ายคือสังคมที่ปฏิเสธที่จะยอมให้เรื่องร้ายเกิดขึ้นซ้ำ การที่เราลุกขึ้นมาฝึกฝนตนเองไม่ให้ตกเป็น “คนไทยลืมง่าย” ไม่ใช่เพื่อจมปลักอยู่กับอดีต แต่เปลี่ยนความทรงจำนั้นให้เป็นเกราะป้องกันในระยะยาว เพื่อไม่ให้เราหรือคนรุ่นต่อไปต้องมานั่งตั้งคำถามเดิมๆและ...“เผชิญ” กับ “โศกนาฏกรรม” ซ้ำซากอีกต่อไป.­­­­­­­­­คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus