สังคม

สกัดจับรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน พบอัดคนมา 43 ชีวิต

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง สกัดจับ "รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว" ที่ จ.กาญจนบุรี ซิ่งหนีตำรวจจนเสียหลัก ปีนขึ้นเกาะกลางถนน รวบตัวคนขับชาวไทย และแรงงานเมียนมา พบอัดแน่นกันมา 43 ชีวิต

สกัดจับรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน พบอัดคนมา 43 ชีวิต
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง สกัดจับ "รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว" ที่ จ.กาญจนบุรี ซิ่งหนีตำรวจจนเสียหลัก ปีนขึ้นเกาะกลางถนน รวบตัวคนขับชาวไทย และแรงงานเมียนมา พบอัดแน่นกันมา 43 ชีวิต

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สกัดจับรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน พบอัดคนมา 43 ชีวิต (70%)

รายละเอียด

สกัดจับรถตู้ขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน พบอัดคนมา 43 ชีวิต

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง สกัดจับ "รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว" ที่ จ.กาญจนบุรี ซิ่งหนีตำรวจจนเสียหลัก ปีนขึ้นเกาะกลางถนน รวบตัวคนขับชาวไทย และแรงงานเมียนมา พบอัดแน่นกันมา 43 ชีวิต

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. , พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. โดยมี พ.ต.ท.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุฒิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 นำ ตร.ชุด ชปข./ขปส.กก.ตชด.13, จนท.ทหารชุด ชป.ขว กกล.สุรสีห์ พล.ร.9, จนท.ตร.ตม.จว.กาญจนบุรี, จนท.ตร.สภ.บ่อพลอย, ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อพลอย หลังได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งได้ลักลอบเดินทางเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและวางแผนจับกุม จนกระทั่งวันนี้ (5 ส.ค.) เวลาประมาณ 04.30 น. ได้พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ Toyota  สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ซึ่งน่าจะมีกลุ่มบุคคลต่างด้าวนั่งอยู่ภายในรถยนต์ตู้คันดังกล่าว กำลังขับขี่อยู่บนถนนสายกาญจนบุรี – น้ำตกเอราวัณ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และส่งสัญญาณเรียกให้รถยนต์ตู้คันดังกล่าวจอด เมื่อผู้ขับขี่รถยนต์ตู้คันดังกล่าวทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงท่าทีมีพิรุธได้ขับขี่รถยนต์ตู้หลบหนีมาเส้นทางท่าพะเนียด - บ่อพลอย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตาม และแจ้งศูนย์วิทยุ 191 สภ.บ่อพลอย จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถยนต์ตู้คันดังกล่าว เมื่อมาถึงบริเวณถนนสาธารณะสายหน้าวัดรัชดาภิเษก หมู่ที่ 1 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รถยนต์ตู้คันดังกล่าวได้เสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางบนถนน จนทำให้รถไม่สามารถขับขี่ต่อได้

จากนั้นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้วิ่งหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวและควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายวรพันธ์ ตาโท้ หรือ ต้น อายุ 34 ปี ชาว จ.กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาที่ 1

และตรวจสอบรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาที่ 2 – 44 อยู่ภายในรถยนต์ตู้คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง หรือเอกสารอื่นใช้แทนเอกสารการเดินทาง ผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ไม่สามารถนำเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

สอบถามผู้ต้องหาที่ 2 – 44 โดยผ่านล่ามแปลให้การว่า พวกตนเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเดินทางเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติฝั่งเมียนมาบ้านบ่อญี่ปุ่น อ.พญาตองซู ประเทศพม่า เข้ามาใน อ.สังขละบุรี ผ่าน อ.ทองผาภูมิ และ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี  เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 96,000 – 100,000 บาทต่อคน โดยมีผู้ต้องหาที่ 1.ขับขี่รถยนต์ตู้ มารับพวกตนที่บริเวณสวนส้มโอ ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี เพื่อจะนำพาพวกตนไปส่งที่ปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกระทั่งถูกจับกุมเสียก่อน

จากนั้นจึงได้สอบถามผู้ต้องหาที่ 1 (คนขับรถ) ให้การว่าตนได้รับว่าจ้างจากนายสไปร ไม่ทราบชื่อสกุลจริง โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์ เมมชื่อผู้ใช้ "สไปร" โดยโทรติดต่อให้ตนขับขี่รถยนต์ตู้เดินทางไปรับผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ที่บริเวณสวนส้มโอ ต.ปรังเผล  อ.สังขละบุรี เพื่อที่จะนำมาส่งที่ปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้างจำนวน 2,500 บาทต่อคน โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อนำผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ถึงปลายทางแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 "ให้ที่พัก ซ่อนเร้น อุปการะ หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม" และผู้ต้องหาที่ 2 – 44 "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นและสิทธิของผู้ต้องหาที่ 1 – 44 ให้ทราบ ควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำการบันทึกจับกุมที่ สภ.บ่อพลอย และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อพลอย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus