สังคม

ยูเอ็นเตือนรับมือ "เอลนีโญ" รุนแรง อาจหนักสุดในรอบหลายสิบปี และอาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน “เอลนีโญ” ระลอกใหม่อาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า มีแนวโน้มรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดภัยแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และน้ำท่วมทั่วโลก

ยูเอ็นเตือนรับมือ "เอลนีโญ" รุนแรง อาจหนักสุดในรอบหลายสิบปี และอาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน “เอลนีโญ” ระลอกใหม่อาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า มีแนวโน้มรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดภัยแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และน้ำท่วมทั่วโลก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยูเอ็นเตือนรับมือ "เอลนีโญ" รุนแรง อาจหนักสุดในรอบหลายสิบปี และอาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า (70%)

รายละเอียด

ยูเอ็นเตือนรับมือ "เอลนีโญ" รุนแรง อาจหนักสุดในรอบหลายสิบปี และอาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือน “เอลนีโญ” ระลอกใหม่อาจเริ่มในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า มีแนวโน้มรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดภัยแล้ง คลื่นความร้อน ไฟป่า และน้ำท่วมทั่วโลก

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ของสหประชาชาติ ออกคำเตือนให้ประเทศต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Nio) ระลอกใหม่ ซึ่งอาจเริ่มก่อตัวขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และมีแนวโน้มพัฒนาเป็นหนึ่งในเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

โดยคาดว่าเอลนีโญจะมีกำลังแรงขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 และอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ขณะที่แบบจำลองพยากรณ์จากหลายประเทศชี้ว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้อาจพัฒนาเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงสุด นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า การรวมตัวกันของเอลนีโญและภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ อาจส่งผลให้สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนรุนแรงขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า และฝนตกหนักในหลายภูมิภาค

ศาสตราจารย์อดัม สไกฟ์ หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์สภาพภูมิอากาศระยะเดือนถึงทศวรรษของ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์มีความมั่นใจอย่างมากว่าจะเกิดเอลนีโญขนาดใหญ่ และอาจเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พบสัญญาณสำคัญจากมหาสมุทรแปซิฟิก โดยข้อมูลจากดาวเทียม ทุ่นตรวจวัด และอุปกรณ์สำรวจใต้ทะเล แสดงให้เห็นมวลน้ำอุ่นขนาดมหาศาลที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 6 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกใต้ผิวน้ำลึกหลายร้อยเมตร และเมื่อความร้อนใต้ทะเลลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ จะทำให้อุณหภูมิอากาศสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า เอลนีโญจะเป็นเชื้อเพลิงเติมไฟให้กับโลกที่กำลังร้อนขึ้น ผลกระทบจะรุนแรงขึ้น แผ่ขยายไกลขึ้น และข้ามพรมแดนด้วยความรวดเร็วที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

แม้เอลนีโญแต่ละครั้งจะส่งผลแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่โดยทั่วไป เอลนีโญรุนแรงมักทำให้หลายพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลียเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งและไฟป่า นอกจากนี้ยังอาจทำให้มรสุมอินเดียอ่อนกำลังลง ส่งผลต่อปริมาณฝนในภูมิภาค ขณะที่บางพื้นที่ของสหรัฐฯ อาจเผชิญฝนตกหนักและความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากเอลนีโญครั้งนี้พัฒนาสู่ระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” จริง โลกอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus