ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย ดัน 33 ล้านคน ชงไทยเที่ยวไทยพลัส 4 พันล้าน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี รับไฮซีซัน หวังดึงจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้กลับเข้าใกล้เป้าหมาย หลังภาพรวมตั้งแต่ต้นปีเผชิญแรงกดดันจากสงคราม เศรษฐกิจ พลังงาน ค่าเงินบาท และภัยพิบัติ โดย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจกลไกกระตุ้นของภาครัฐและ ททท. จะช่วยฟื้นตลาดในไตรมาส 4 ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เปิดแผนรุกตลาด เน้นรีบาลานซ์ตลา
นับเมื่อเปิดอ่านอย่างน้อย 8 วินาที วันละครั้งต่อเบราว์เซอร์ · ไม่ใช้คุกกี้ติดตาม
สรุปสั้น
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี รับไฮซีซัน หวังดึงจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้กลับเข้าใกล้เป้าหมาย หลังภาพรวมตั้งแต่ต้นปีเผชิญแรงกดดันจากสงคราม เศรษฐกิจ พลังงาน ค่าเงินบาท และภัยพิบัติ โดย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจกลไกกระตุ้นของภาครัฐและ ททท. จะช่วยฟื้นตลาดในไตรมาส 4 ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เปิดแผนรุกตลาด เน้นรีบาลานซ์ตลา
ประเด็นสำคัญ
- ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย ดัน 33 ล้านคน ชงไทยเที่ยวไทยพลัส 4 พันล้าน
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี รับไฮซีซัน หวังดึงจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้กลับเข้าใกล้เป้าหมาย หลังภาพรวมตั้งแต่ต้นปีเผชิญแรงกดดันจากสงคราม เศรษฐกิจ พลังงาน ค่าเงินบาท และภัยพิบัติ โดย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจกลไกกระตุ้นของภาครัฐและ ททท. จะช่วยฟื้นตลาดในไตรมาส 4 ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เปิดแผนรุกตลาด เน้นรีบาลานซ์ตลาด สร้างประสบการณ์ใหม่ และผลักดันสินค้า–บริการท่องเที่ยวมูลค่าสูง
- วันที่ 7 ก.ย. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาทอง หรือ High Season ของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งกระทรวงฯ และ ททท. จะใช้กลไกภาครัฐเข้ามากระตุ้นการเดินทาง เพื่อผลักดันทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและมูลค่าการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ให้กลับมาใกล้เคียงกับการคาดการณ์เดิม
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย ดัน 33 ล้านคน ชงไทยเที่ยวไทยพลัส 4 พันล้าน (70%)
รายละเอียด
ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย ดัน 33 ล้านคน...
ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง 4 เดือนสุดท้าย ดัน 33 ล้านคน ชงไทยเที่ยวไทยพลัส 4 พันล้าน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี รับไฮซีซัน หวังดึงจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้กลับเข้าใกล้เป้าหมาย หลังภาพรวมตั้งแต่ต้นปีเผชิญแรงกดดันจากสงคราม เศรษฐกิจ พลังงาน ค่าเงินบาท และภัยพิบัติ โดย “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจกลไกกระตุ้นของภาครัฐและ ททท. จะช่วยฟื้นตลาดในไตรมาส 4 ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เปิดแผนรุกตลาด เน้นรีบาลานซ์ตลาด สร้างประสบการณ์ใหม่ และผลักดันสินค้า–บริการท่องเที่ยวมูลค่าสูง
วันที่ 7 ก.ย. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาทอง หรือ High Season ของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งกระทรวงฯ และ ททท. จะใช้กลไกภาครัฐเข้ามากระตุ้นการเดินทาง เพื่อผลักดันทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและมูลค่าการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ให้กลับมาใกล้เคียงกับการคาดการณ์เดิม
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีไทยเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งสงคราม เศรษฐกิจ และพลังงาน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–5 ก.ย. 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 21.28 ล้านคน ลดลง 3.12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ 1.04 ล้านล้านบาท โดยตลาดหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า นโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวไทยจากการเน้น “ปริมาณ” หรือ Volume ไปสู่ “มูลค่า” หรือ Value โดยมุ่งสร้างการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีจุดแข็งที่ประเทศคู่แข่งเลียนแบบได้ยาก ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและคนไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย
สำหรับมาตรการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.ได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการคลังแล้ว และคาดว่าจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการสนับสนุนภายในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย.) โดยแนวทางที่เสนอประกอบด้วยการสนับสนุนค่าที่พัก และคูปองใช้จ่ายในธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
เบื้องต้น ททท.เสนอวงเงินรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท ภายใต้งบเงินกู้เร่งด่วน แบ่งเป็นงบสนับสนุนค่าที่พักประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อสิทธิ์ จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ และงบคูปองอีก 1,000 ล้านบาท หรือ 1,000 บาทต่อคนต่อสิทธิ์ โดยคูปองจะขยายการใช้จ่ายจากเดิมที่เน้นร้านอาหาร ไปยังธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ความงามและสปา เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างขึ้น
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังคงเสนอให้ใช้รูปแบบ Co-payment มากกว่า Flat Rate เนื่องจากต้องการให้ประชาชนร่วมออกค่าใช้จ่ายและเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น หากกำหนดเงินสนับสนุนต่ำเกินไป เช่น 1,000 บาทต่อสิทธิ์ อาจไม่เพียงพอที่จะจูงใจคนที่ยังไม่มีแผนเดินทางให้ตัดสินใจท่องเที่ยว แต่หากสนับสนุนค่าที่พักในระดับประมาณ 2,000 บาทต่อสิทธิ์ และมี E-coupon อีก 1,000 บาท จะมีน้ำหนักในการกระตุ้นการตัดสินใจมากกว่า
ขณะที่ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แผนการทำงานในช่วง 4 เดือนสุดท้ายจะเน้นการ “รีบาลานซ์ตลาด” โดยให้ความสำคัญกับตลาดใหม่ ตลาดระยะใกล้ และตลาดในประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนกิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็น “Experience” ที่สร้างความประทับใจและความทรงจำ มากกว่าการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการเดินทางเพียงอย่างเดียว
ททท.จะผลักดันสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ Health and Wellness รวมถึงการพัฒนาเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ซึ่งในส่วนนี้มีการหารือกับกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับ การท่องเที่ยวทางรถไฟ และแนวคิด Rail and Wellness เพื่อใช้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่
นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า แผนงานตลาดในประเทศจะมีทั้งกิจกรรมที่เจาะกลุ่ม Solo Traveler หรือ ท่องเที่ยวคนเดียว การทำแคมเปญกระตุ้นตลาดภาคใต้ โดยเน้นพื้นที่พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ซึ่งเชื่อมโยงกับ Location และ Wellness รวมถึงกิจกรรมและอีเวนต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายและการนำผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพไปเจาะตลาดเป้าหมาย
นอกจากนี้ ททท.ยังเตรียมเปิดตัวแคมเปญ Unseen Looks Experience เพื่อค้นหาแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ ช่วงเวลา อาหาร และเรื่องราวด้านภูมิปัญญาที่มีความโดดเด่นและยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก่อนคัดสรรเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับทั้งตลาดไทยและต่างประเทศในปีหน้า
สำหรับกิจกรรมเคาท์ดาวน์ช่วงปลายปี นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า จะมีการจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเชื่อมโยงเส้นทางกับพื้นที่อื่น และมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวาระครบรอบ 35 ปี การประกาศขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นมรดกโลกของยูเนสโก รวมถึงกิจกรรมด้านแสงสีและอีเวนต์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ด้านตลาดต่างประเทศ ททท.จะเดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมการขายในตลาดสำคัญ โดยมุ่งนำผู้ประกอบการที่มีคุณภาพและศักยภาพไปทำตลาด รวมถึงเจาะกลุ่มตลาดลักชัวรีและอัลตร้าลักชัวรี ซึ่ง ททท.มองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง และสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนจาก Volume ไปสู่ Value
นางสาวฐาปนีย์กล่าวถึงเป้าหมายรายได้ว่า ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ส่วนปี 2570 ตั้งเป้ารายได้แตะ 3 ล้านล้านบาท
สำหรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ ททท.ประเมินกรณีฐานว่าจะอยู่ที่ประมาณ 32.6–32.7 ล้านคน แต่ต้องการผลักดันให้แตะ 33 ล้านคน หรือสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ปีหน้าตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 35 ล้านคน โดยจะอาศัยการขยายตลาดใหม่และโอกาสจากตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตลาด Health and Wellness
“แม้สถานการณ์ตลาดโลกและตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน แต่ ททท.จะไม่มองสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเพียง Worst Case และจะพยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านการดึงตลาดใหม่และการใช้จุดแข็งของไทยด้าน Health and Wellness Hub เพื่อชดเชยผลกระทบจากตลาดเดิม” นางสาวฐาปนีย์กล่าว
สำหรับงบประมาณกระตุ้นตลาดในช่วง 4 เดือนสุดท้าย ททท.ขอวงเงินภายใต้งบเงินกู้เร่งด่วนประมาณ 4,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่กิจกรรมส่งเสริมการขายและอีเวนต์อื่น ๆ จะใช้งบประจำและงบบูรณาการของ ททท. โดยมีวงเงินงบบูรณาการรวมประมาณ 2,000–3,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการทำโปรโมชั่น แคมเปญ การทำตลาดในประเทศเป้าหมาย และการสนับสนุนด้านการเดินทางและเที่ยวบินในแต่ละตลาด
ทั้งนี้ ภาพรวมในสัปดาห์ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 472,898 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 3.78% โดยตลาดมาเลเซียยังเป็นตลาดอันดับ 1 ที่ 74,452 คน ตามด้วยจีน 72,983 คน อินเดีย 39,122 คน ญี่ปุ่น 18,710 คน และสิงคโปร์ 18,027 คน ขณะที่อินเดียและสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 18.45% และ 23.69% ตามลำดับ
ททท.คาดว่าในสัปดาห์ถัดไปจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะใกล้เคียงกับสัปดาห์นี้ เนื่องจากผ่านพ้นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลแล้ว ขณะที่ตลาดมาเลเซียมีแนวโน้มชะลอตัวลงหลังสิ้นสุดวันหยุดต่อเนื่องในช่วงวันชาติมาเลเซีย
ผงะ! ต่างชาติถือที่ดินล้านไร่-คอนโด 7 หมื่นห้อง พาณิชย์ ผนึกดีเอสไอ-ปปง.ลุยสอบนอมินี
CAAT ชี้เที่ยวบินยกเลิกเหตุภูเขาไฟ Anak Krakatau ประทุ แอร์ไลน์ต้องรับผิดชอบ
ก.ล.ต.ออกเกณฑ์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุม Pooled Fund ยกระดับการคุ้มครองสมาชิก
White Mercedes drives wrong way on Bangkok’s Vibhavadi Road
Pattaya mayor estimates US Navy visit generated 100 million baht
ทวี ถกงบ สมช. ขอดับไฟใต้ภายในปี 70 ซัด ยุทธศาสตร์ชาติ มรดกรัฐประหาร
ชยพล ข้องใจกลาโหมตั้งงบ อ้างความลำบากของทหาร ให้รัฐบาลตีเช็คเปล่าหรือไม่
ก่อนเล่นรอบลีกเฟส ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทำนายล่าสุดทีมใดคว้าแชมป์ ยูซีแอล ซีซั่นนี้
การเคหะฯ ปล่อยเช่าที่ 5 ไร่ กลางพัทยา 15 ปี ปั้นสปอร์ตคลับ ดันเศรษฐกิจชุมชน
สส.ปชน. แฉ กห. ตั้งงบให้ทหารไปรีดน้ำเชื้อสัตว์-ของบสร้างสถูปเจดีย์ เกือบ 280 ล้าน
'กิตติพงษ์' ค้านซื้อจรวด HIMARS วงเงิน 4,200 ล้าน ชี้อะไหล่ต้องรอสหรัฐอนุมัติอีก