เศรษฐกิจ

รายงานพิเศษ – ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้องยกเครื่องการค้าสู่สร้างขีดแข่งขัน

เดือนก.พ.2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นโมฆะ ทำให้สหรัฐหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 (Section 122) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) แทน เก็บภาษีนำเข้า 10% จากทั่วโลกรวมถึงไทย เป็นระยะเวลา 150 วั

รายงานพิเศษ – ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้องยกเครื่องการค้าสู่สร้างขีดแข่งขัน
ข่าวสด

สรุปสั้น

เดือนก.พ.2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นโมฆะ ทำให้สหรัฐหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 (Section 122) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) แทน เก็บภาษีนำเข้า 10% จากทั่วโลกรวมถึงไทย เป็นระยะเวลา 150 วั

ประเด็นสำคัญ

  • รายงานพิเศษ - ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้องยกเครื่องการค้าสู่สร้างขีดแข่งขัน
  • เดือนก.พ.2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นโมฆะ ทำให้สหรัฐหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 (Section 122) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) แทน เก็บภาษีนำเข้า 10% จากทั่วโลกรวมถึงไทย เป็นระยะเวลา 150 วัน มีผลตั้งแต่ 24 ก.พ. -24 ก.ค.2569
  • ก่อนที่มาตรการ 122 จะหมดอายุลง สหรัฐมองหากฎหมายอื่นๆ มาใช้ทดแทน โดยเมื่อเดือนก.พ.2569 ประกาศใช้มาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดสอบสวนไทยและประเทศต่างๆ 2 ข้อหา คือใช้กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity and Production) ใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และเครื่องจักร และกล่าวหาว่าไทยมีการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวโยงกับแรงงานบังคับ (Forced Labor) เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการขึ้นภาษีรอบใหม่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รายงานพิเศษ – ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้องยกเครื่องการค้าสู่สร้างขีดแข่งขัน (70%)

รายละเอียด

รายงานพิเศษ - ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้อง...

รายงานพิเศษ - ฝ่าคลื่นภาษีสหรัฐที่ยังไม่จบ-ไทยต้องยกเครื่องการค้าสู่สร้างขีดแข่งขัน

เดือนก.พ.2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐวินิจฉัยว่ามาตรการภาษีภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นโมฆะ ทำให้สหรัฐหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 (Section 122) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 (Trade Act of 1974) แทน เก็บภาษีนำเข้า 10% จากทั่วโลกรวมถึงไทย เป็นระยะเวลา 150 วัน มีผลตั้งแต่ 24 ก.พ. -24 ก.ค.2569

ก่อนที่มาตรการ 122 จะหมดอายุลง สหรัฐมองหากฎหมายอื่นๆ มาใช้ทดแทน โดยเมื่อเดือนก.พ.2569 ประกาศใช้มาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เปิดสอบสวนไทยและประเทศต่างๆ 2 ข้อหา คือใช้กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity and Production) ใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และเครื่องจักร และกล่าวหาว่าไทยมีการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวโยงกับแรงงานบังคับ (Forced Labor) เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการขึ้นภาษีรอบใหม่

♦ เจรจา ART กับ “เส้นแดง” ของไทย

ก่อนมาตรา 122 จะหมดอายุ 24 ก.ค.2569 รัฐบาลไทยโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ได้เร่งเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART)ให้จบโดยเร็ว หวังลดแรงกดดันมาตรการการค้ารอบใหม่ เพราะ ART จะเป็นตัวชี้ชะตาอัตราภาษีไทยว่าจะอยู่ที่ 19% หรืออาจพุ่งกลับไป 36%

แม้ว่าไทยจะพยายามยื่นข้อเสนอยอมเพิ่มนำเข้าสินค้าจากสหรัฐทั้งพลังงาน เครื่องบิน สินค้าเกษตร รวมทั้งให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถลงนาม ART กับสหรัฐได้ เพราะยังติดปัญหาเรื่องของสินค้าเกษตรนำเข้า สะท้อนชัดเจนจากคำพูดของนางศุภจีที่ออกมาประกาศกร้าวว่าไทยจะไม่ยอมอ่อนข้อในการเจรจา หรือ “เส้นแดง” ให้กับสหรัฐเด็ดขาด โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยถูกกดดันให้เปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง รวมไปถึงการบังคับให้ยอมรับเงื่อนไขห้ามไม่ให้ค้าขายกับประเทศกลุ่มที่เป็นข้อกังวลของสหรัฐ เช่น จีน

♦ ภาษี12.5%สะท้อนแรงกดดันรอบใหม่

ระหว่างที่การเจรจา ART ยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่มาตรการเก็บภาษีชั่วคราว 10% กำลังจะหมดอายุ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 USTR เปิดเกมรุกประกาศผลสอบสวน มาตรการ 301 กรณีแรงงานบังคับสั่งเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่ยอมอ่อนข้อเซ็นข้อตกลง ART กับสหรัฐแล้วจะอยู่ในกลุ่มภาษีต่ำ ส่วนไทยอยู่ในกลุ่มภาษีสูง

โดยสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบ่งออกเป็น 2 อัตราคือ 1.อัตรา 10% สำหรับประเทศที่ลงนามความตกลง ART แล้วและมีกฎหมาย/มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับใช้แล้ว 14 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย กัมพูชา บังกลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา และสหราชอาณาจักร เป็นต้น 2.อัตรา 12.5% สำหรับประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจา ART และยังไม่มีกฎหมาย/มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับใช้จำนวน 46 ประเทศ อาทิ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย อิรัก คูเวต ลิเบีย โมร็อกโก นิวซีแลนด์ เป็นต้น

แต่สหรัฐยกเว้นภาษีตอบโต้สินค้าไทยสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะที่เป็นประโยชน์ของสหรัฐ 2,120 รายการโดยระบุไว้ใน Annex I และ Annex II ครอบคลุมมากกว่า 50% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐ อาทิ วงจรรวม HDD ชิ้นส่วนอากาศยาน ยางพารา แป้งมันสำปะหลัง ผลไม้ มะพร้าว และน้ำตาล ช่วยลดผลกระทบจากมาตรการภาษีต่อผู้ส่งออกไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการรับมือ กำชับให้มีการเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ และประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

♦ ภาษี 12.5% ยังไม่ใช่บทสรุป

ขณะที่นางศุภจีออกมาบอกว่า ภาษี 12.5% ยังไม่ใช่มาตรการภาษีสุดท้ายที่สหรัฐจะบังคับใช้กับไทย และแม้ว่าจะถูกเก็บภาษีปมแรงงาน แต่สหรัฐก็ประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าให้กับไทยกว่า 2,120 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 50% ของการส่งออกไปยังสหรัฐ จึงเชื่อว่าสินค้าไทยยังคงสามารถแข่งขันในตลาดสหรัฐได้

โดยประเด็นที่ไทยต้องเร่งโฟกัสคือการเจรจา ART เพื่อให้ได้ข้อยุติเร็วที่สุด เพื่อควบคุมไม่ให้ภาษีทั้ง 2 ข้อกล่าวรวมกันไม่เกิน 19% รวมทั้งเร่งจัดทำรายการสินค้าที่ไทยจะเสนอขอเพิ่มในรายการที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้ได้มากที่สุด

นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าภาษีสหรัฐ 12.5% เพิ่มจากภายใต้มาตรา 122 เดิมเพียง 2.5% และยังเป็นอัตราที่เท่ากับคู่แข่งสำคัญอย่างจีนและเวียดนามเชื่อว่าสินค้าไทยยังแข่งขันได้ แต่ยังต้องจับตาการไต่สวนกำลังการผลิตส่วนเกินซึ่งอาจกระทบการส่งออกสินค้า 3 กลุ่มหลักคือ อิเล็กทรอนิกส์-ยาง-เครื่องจักร

♦ ภาคเอกชนหวั่นผลกระทบต่อคำสั่งซื้อ

สำหรับความเห็นจากภาคเอกชนนั้น นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่า ภาษี 12.5% ยังไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบ แต่รัฐบาลต้องเร่งยกระดับมาตรฐานแรงงานและผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและเปิดโอกาสให้ไทยได้รับการทบทวนมาตรการในอนาคต

ขณะที่ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ห่วงผลกระทบภาคธุรกิจ เพราะสหรัฐเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย พร้อมเสนอ 4 แนวทางรับมือ ทั้งการกระจายตลาด ยกระดับมาตรฐานแรงงาน เพิ่มมูลค่า-นวัตกรรม และพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อแก้ปัญหาตลาดส่งออกแบบยั่งยืน

ด้านนักวิชาการอย่างนายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียนออกมาแสดงความกังวลเกรงว่าภาษีดังกล่าวอาจจะกระทบคำสั่งซื้อสินค้าจากไทยใหม่ทันที เสี่ยงสูญตลาดส่งออกไปสหรัฐกว่า 1 ล้านล้านบาท

♦ โจทย์ใหญ่คือ ‘กำลังการผลิตส่วนเกิน’

ระหว่างที่สหรัฐยังไม่ได้ประกาศผลการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกิน ทีมไทยแลนด์เร่งปิดดีล ART ให้จบเร็วที่สุด โดยเมื่อวันที่ 27ส.ค.-ก.ย.2569 กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานแก้ต่างของไทยได้ร่วมคณะทีมไทยแลนด์เดินทางไปเจรจากับ USTR โดยนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ขณะนี้การเจรจา ART คืบหน้าไปแล้ว 60% พร้อมเผยข่าวดีว่าสหรัฐอาจยกเลิกภาษี 12.5% เร็วๆ นี้ เนื่องจาก 25 รัฐสหรัฐได้ยื่นฟ้องศาลการค้าระหว่างประเทศให้ระงับมาตรการเหมือนกับภาษี IEEPA

โจทย์ใหญ่ที่ไทยยังต้องเผชิญคือผลการไต่สวนกำลังการผลิตส่วนเกิน หลังทำเนียบขาวเผยแพร่รายงาน The Great Transshipment Scam ระบุว่าไทยและอีกกว่า 40 ประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออกผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสหรัฐ โดยไทยถูกจัดอยู่ใน Tier 2 ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม คาดว่าหากสหรัฐประกาศผลไต่สวน และเรียกเก็บภาษีทั้งปมแรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน คาดว่าอัตราภาษีรวมของไทยไม่น่าจะเกิน 19-20%

ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการภาษีทั้ง 3 ระลอก ไทยไม่อาจฝากความหวังไว้กับการเจรจาเพื่อลดภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเร่งปรับโครงสร้างการค้า ยกระดับมาตรฐานการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า และกระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมเสริมขีดความสามารถให้ภาคธุรกิจไทยรับมือกับกติกาการค้าโลกที่เข้มข้นขึ้น และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ถล่มวันพรุ่งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนัก ฉบับที่ 5 เปิดชื่อจังหวัดเสี่ยงสูง

ต้องระวัง! หมอช้าง เปิดราศีน่าห่วงสุด กลุ่มที่ต้องเตือน - ราศีดวงดีโชคดี ถึงเวลาสบาย

กรรชัย มั่นใจ ทนายอาร์ม พูดถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง ต้า คือใครมีพัง แนะถอยคนละก้าว

ปกรณ์ เคาะเกณฑ์ เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.2กลุ่ม ให้เงินก้อนสูงสุดไม่เกิน12เท่า จ่อชง ครม.

อาลัยนักร้องหนุ่ม ผู้เข้าประกวดเวทีดัง สุดเศร้าเปิดโพสต์เห็นภาพสุดท้ายสลดใจ

ดิว อริสรา เปิดใจพบรัก วู้ดดี้ ตอนแรกไม่รู้ว่าใครอะไรขนาดนั้น ตอบชัดท้องมั้ย ขายออกแล้ว

เสียชีวิตแล้ว สุดอาลัย ฝ้าย เรือทอง ยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป

ผัววัย 33 ฆ่าเมียวัย 30 คาบ้านที่สระบุรี ก่อนไปบอกลาลูก สุดท้ายขับรถไปชนรถบรรทุกเสียชีวิตที่อยุธยา

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 4 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เตือน ฝนเพิ่มขึ้น

ชาวบ้าน ขู่ย้ายสถานที่จัดงาน 'พืชสวนโลก' คนบัวใหญ่ พ่วง7อำเภอ ขอแยกจังหวัดออกจากโคราช

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus