เที่ยวไทยยุคใหม่สุดไฮเทค สุรศักดิ์ เร่งปรับภาพลักษณ์ความปลอดภัย พร้อมใช้กฎหมายเนรเทศ นทท.กร่าง
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในด้านความปลอดภัยปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงจึงบูรณาการร่วมงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เน้นการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อ
นับเมื่อเปิดอ่านอย่างน้อย 8 วินาที วันละครั้งต่อเบราว์เซอร์ · ไม่ใช้คุกกี้ติดตาม
สรุปสั้น
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในด้านความปลอดภัยปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงจึงบูรณาการร่วมงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เน้นการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อ
ประเด็นสำคัญ
- เที่ยวไทยยุคใหม่สุดไฮเทค สุรศักดิ์ เร่งปรับภาพลักษณ์ความปลอดภัย พร้อมใช้กฎหมายเนรเทศ นทท.กร่าง
- นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในด้านความปลอดภัยปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงจึงบูรณาการร่วมงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เน้นการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
- นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในโอกาสนี้ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล พร้อมปล่อยแถวขบวนรถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) จำนวน 4 คัน และรถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ Drone Surveillance จำนวน 32 คัน พร้อมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จำนวน 128 ลำ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ 32 สถานี ภายใต้โครงการยกระดับความปลอดภัยพื้นที่ควบคุม First Responder เพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง ตรวจการณ์ และสนับสนุนการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์สำหรับชุดปฏิบัติการสายตรวจอัจฉริยะ Smart Patrol จำนวน 1,250 ชุด พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ ปืนไฟฟ้า จำนวน 450 ชุด และเครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ จำนวน 900 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การประสานงาน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เที่ยวไทยยุคใหม่สุดไฮเทค สุรศักดิ์ เร่งปรับภาพลักษณ์ความปลอดภัย พร้อมใช้กฎหมายเนรเทศ นทท.กร่าง (70%)
รายละเอียด
เที่ยวไทยยุคใหม่สุดไฮเทค สุรศักดิ์ เร่งปรับภาพลักษณ์ความปลอดภัย พร้อมใช้กฎหมายเนรเทศ นทท.กร่าง
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในด้านความปลอดภัยปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงจึงบูรณาการร่วมงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดได้ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เน้นการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในโอกาสนี้ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล พร้อมปล่อยแถวขบวนรถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) จำนวน 4 คัน และรถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ Drone Surveillance จำนวน 32 คัน พร้อมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จำนวน 128 ลำ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ 32 สถานี ภายใต้โครงการยกระดับความปลอดภัยพื้นที่ควบคุม First Responder เพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง ตรวจการณ์ และสนับสนุนการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์สำหรับชุดปฏิบัติการสายตรวจอัจฉริยะ Smart Patrol จำนวน 1,250 ชุด พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ ปืนไฟฟ้า จำนวน 450 ชุด และเครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ จำนวน 900 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การประสานงาน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
“กระทรวงได้เข้าไปตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุและปฏิบัติการควบคุมสั่งการตำรวจท่องเที่ยว 1155 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวให้บริการนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสาร 8 ภาษา และเป็นกลไกสำคัญในการรับแจ้งเหตุ ให้ความช่วยเหลือ ประสานงาน และดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความปลอดภัย เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการท่องเที่ยว เพราะการตัดสินใจเดินทางไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวหรือคุณภาพการบริการเท่านั้น แต่ความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลและสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์การเดินทาง” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในการดูแลและปกป้องให้ภาคการท่องเที่ยวมีความปลอดภัยทั้งกับตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนไทยด้วยนั้น ได้รับข้อสั่งการล่าสุดของนายกรัฐมนตรี พร้อมนำกลไกทางกฎหมายฉบับใหม่มาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อกวาดล้างและเนรเทศกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก่อความวุ่นวาย ไม่เคารพวัฒนธรรมไทย และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนชาวไทยรวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป หลังจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ ปี 2569 มีผลบังคับใช้ใน 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นย้ำว่า ให้อำนาจเนรเทศชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมกร่าง ไม่เคารพวัฒนธรรม ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวจะประสานความร่วมมือเชิงรุกกับกระทรวงมหาดไทย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อบังคับใช้มาตรการไม่อดทนต่อการกระทำผิด (Zero Tolerance) หากพบนักท่องเที่ยวที่ก่อเหตุคุกคามหรือสร้างความเดือดร้อน จะถูกควบคุมตัว เพิกถอนวีซ่า (Revocation of Visa) และเข้าสู่กระบวนการผลักดันและเนรเทศออกนอกประเทศตามระเบียบฉบับใหม่นี้ทันที พร้อมถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอย่างเด็ดขาด ทั้งกรณีการผิดกฎหมายเข้าเมืองและลักลอบทำงาน การก่ออาชญากรรม รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ หรือกระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
“ประเทศไทยเปิดกว้างและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เคารพกฎหมาย เคารพคนไทย และให้เกียรติวัฒนธรรมของบ้านเราเสมอ แต่จะไม่ยินดีต้อนรับและจะไม่ยอมทนต่อนักท่องเที่ยวที่ไม่เคารพกฎหมาย ไร้ศีลธรรม ไม่ให้เกียรติคนไทย หรือสร้างความเดือดร้อนทำลายระเบียบสังคมของไทยอย่างแน่นอน” นายสุรศักดิ์ กล่าว