เศรษฐกิจ

ส่งออก ก.ค.69 ขยายตัว 21.6% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-ข้าว-ยางพาราบูม

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแร

ส่งออก ก.ค.69 ขยายตัว 21.6% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-ข้าว-ยางพาราบูม
มติชนออนไลน์

สรุปสั้น

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแร

ประเด็นสำคัญ

  • ส่งออก ก.ค.69 ขยายตัว 21.6% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-ข้าว-ยางพาราบูม
  • เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม
  • อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.5

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ส่งออก ก.ค.69 ขยายตัว 21.6% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-ข้าว-ยางพาราบูม (70%)

รายละเอียด

ส่งออก ก.ค.69 ขยายตัว 21.6% สินค้าอิเล็กทรอนิกส์-ข้าว-ยางพาราบูม

ส่งออก ก.ค. ขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 25 ร้อยละ 21.6%

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.5

มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.7 ดุลการค้า ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.2 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 37.8 ดุลการค้า ขาดดุล 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.5 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,262,116 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 36.6 ดุลการค้า ขาดดุล 133,132 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 7,349,206 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 12.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 8,585,772 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 31.5 ดุลการค้า ขาดดุล 1,236,566 ล้านบาท

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 1.1 (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน

โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.3 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ในขณะที่สินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 0.6 กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ขยายตัวร้อยละ 33.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ) ข้าว ขยายตัวร้อยละ 5.3 ขยายตัวในรอบ 21 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 17.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 2.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย และแคนาดา) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 7.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 24.7 ขยายตัวในรอบ 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐ และไต้หวัน)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัวร้อยละ 4.6 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย สหรัฐ และฮ่องกง) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 10.1 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย และเมียนมา) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 34.0 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย ซูดาน และเมียนมา) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 11.8 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น) และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 24.8 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดมาเลเซีย จีน และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 2.9

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 24.2 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 63.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน และสิงคโปร์) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 160.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ สิงคโปร์ และจีน) แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 35.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง จีน และมาเลเซีย) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 21.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 47.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์) ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง ขยายตัวร้อยละ 41.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 754.1ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัวร้อยละ 5.9 กลับมา หดตัวในรอบ 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดเยอรมนี ฮ่องกง และสหราชอาณาจักร) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 4.9 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดออสเตรเลีย สหรัฐ และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และญี่ปุ่น) รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 6.3 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และเบลเยียม แต่ขยายตัวในตลาดเนเธอร์แลนด์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 22.0

แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการนำสินค้าผลไม้เข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนเพื่อเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทย รวมทั้งผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยในจีนภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก แต่ยังต้องรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

ติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อเหล่านี้อัปเดตข่าวใหม่ใน URL เดิมทุกวัน

ค่าเงินบาทวันนี้ค่าเงินบาทวันนี้ อัตราแลกเปลี่ยนบาทไทยEEC และ BOIEEC BOI การลงทุนอุตสาหกรรม และธุรกิจจีนในไทย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus