เศรษฐกิจ

อะโวคาโด เถื่อนทะลักไทย ลักลอบนำเข้า เตือนผลร้ายสุขภาพ กินสดยิ่งเสี่ยง

อะโวคาโด ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในปัจจุบัน อะโวคาโดถือเป็นหนึ่งในผลไม้ยอดฮิตที่มีการลักลอบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมศุลกากร ตรวจยึด "อะโวคาโด" เมืองกำเนิดต่างประเทศ

อะโวคาโด เถื่อนทะลักไทย ลักลอบนำเข้า เตือนผลร้ายสุขภาพ กินสดยิ่งเสี่ยง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

อะโวคาโด ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในปัจจุบัน อะโวคาโดถือเป็นหนึ่งในผลไม้ยอดฮิตที่มีการลักลอบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมศุลกากร ตรวจยึด "อะโวคาโด" เมืองกำเนิดต่างประเทศ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ อะโวคาโด เถื่อนทะลักไทย ลักลอบนำเข้า เตือนผลร้ายสุขภาพ กินสดยิ่งเสี่ยง (70%)

รายละเอียด

อะโวคาโด เถื่อนทะลักไทย ลักลอบนำเข้า เตือนผลร้ายสุขภาพ กินสดยิ่งเสี่ยง

อะโวคาโด ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในปัจจุบัน อะโวคาโดถือเป็นหนึ่งในผลไม้ยอดฮิตที่มีการลักลอบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมศุลกากร ตรวจยึด "อะโวคาโด" เมืองกำเนิดต่างประเทศ น้ำหนักรวม 1,050 กิโลกรัม มูลค่า 63,000 บาท

วันที่ 30 มีนาคม 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรนครพนม บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทำการตรวจยึดสิ่งของต้องสงสัยบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจพบของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อนำส่งเข้าไปจำหน่ายภายในประเทศ  ผลการตรวจ พบอะโวคาโด เมืองกำเนิดต่างประเทศ บรรจุอยู่ในลัง น้ำหนักรวม 1,050 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 63,000 บาท จึงยึดของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง  กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

อะโวคาโด จากข้อมูลพบว่า ลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในปัจจุบัน อะโวคาโดถือเป็นหนึ่งในผลไม้ยอดฮิตที่มีการลักลอบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

เส้นทางและแหล่งที่มาส่วนใหญ่

จากเคสที่ด่านศุลกากรนครพนม จะเห็นภาพรวมได้ชัดเจนดังนี้

แหล่งกำเนิด (ประเทศต้นทาง): ส่วนใหญ่มักมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทย เช่น เวียดนาม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกอะโวคาโดขนาดใหญ่ และบางส่วนอาจมาจาก เมียนมา เส้นทางนำเข้า: มักเข้ามาทาง พรมแดนธรรมชาติ หรือ จุดผ่อนปรนทางการค้า ตามจังหวัดชายแดน เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม, มุกดาหาร (ข้ามแม่น้ำโขงมาจากลาว/เวียดนาม) ภาคเหนือ: เชียงราย, ตาก (ข้ามมาจากเมียนมา)

วิธีการ: ลักลอบขนมากับรถขนส่งสินค้าอื่น ๆ หรือเรือหางยาวข้ามฟาก โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและไม่มีการตรวจโรคพืช

วิธีการเลือก อะโวคาโด  อย่างมืออาชีพ เพื่อรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ถูกใจ

วิธีสังเกตอะโวคาโดลักลอบนำเข้า

อะโวคาโด ทําอะไรกินได้บ้าง การดูด้วยตาเปล่าอาจจะแยกยากในแง่ของสายพันธุ์ แต่มีข้อสังเกตประกอบดังนี้

ไม่มีฉลากหรือแหล่งที่มาชัดเจน: สินค้านำเข้าถูกกฎหมายต้องมีสติกเกอร์หรือระบุประเทศผู้ผลิต (Country of Origin) บนบรรจุภัณฑ์ ราคาถูกผิดปกติ: หากเทียบกับอะโวคาโดสายพันธุ์เดียวกันในห้างสรรพสินค้าแล้วราคาถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเลี่ยงภาษีหรือลักลอบนำเข้า บรรจุภัณฑ์: มักมาเป็นลังพลาสติกหรือตะกร้าสานธรรมดาที่ไม่มีตราสินค้ามาตรฐาน หรือบรรจุอยู่ในถุงกระสอบ สถานที่ขาย: มักพบตามตลาดนัดชายแดน หรือการขายผ่านกระบะรถเร่ที่ไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของสวนได้

ผลกระทบต่อสุขภาพและส่วนรวม

การกินอะโวคาโดลักลอบนำเข้ามีความเสี่ยงที่คนกินอาจนึกไม่ถึง

สารเคมีตกค้าง: อะโวคาโดเหล่านี้ ไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. และกรมวิชาการเกษตร ทำให้เราไม่รู้เลยว่ามีการใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารกันเชื้อราเกินขนาดหรือไม่ โรคพืชและแมลง: นี่คือปัญหาใหญ่ระดับชาติ เพราะอาจมีแมลงศัตรูพืชหรือโรคพืชแปลกปลอมติดเข้ามา ซึ่งอาจแพร่ระบาดไปทำลายสวนอะโวคาโดของเกษตรกรไทยจนล่มสลายได้ คุณภาพสินค้า: เนื่องจากไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิและการขนส่งตามมาตรฐาน สินค้าอาจเน่าเสียจากภายใน หรือมีการใช้สารเร่งสุกที่ไม่ปลอดภัย

การสนับสนุนอะโวคาโดไทยหรืออะโวคาโดนำเข้าที่ถูกกฎหมาย แม้ราคาจะสูงกว่าเล็กน้อย แต่ปลอดภัยต่อร่างกาย และยังช่วยป้องกันไม่ให้โรคพืชต่างถิ่นเข้ามาทำลายเศรษฐกิจการเกษตรของบ้านเราด้วย

อะโวคาโด ดิบ กินได้ไหม ซึ่งถ้ายิ่งเป็นผลไม้ที่ลักลอบนำเข้ายิ่งอัตรายจากสารเคมีเจือปน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus