เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานผลิตกาแฟ “สมุทรปราการ” เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับส่งออก
บีโอไอไฟเขียว! ดึง เนสท์เล่ ลงทุน 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ ปักหมุด สมุทรปราการ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเนสกาแฟ และรองรับการส่งออก
สรุปสั้น
บีโอไอไฟเขียว! ดึง เนสท์เล่ ลงทุน 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ ปักหมุด สมุทรปราการ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเนสกาแฟ และรองรับการส่งออก
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานผลิตกาแฟ “สมุทรปราการ” เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับส่งออก (70%)
รายละเอียด
เนสท์เล่ ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน สร้างโรงงานผลิตกาแฟ “สมุทรปราการ” เสริมแกร่งธุรกิจ รองรับส่งออก
อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68
บีโอไอไฟเขียว! ดึง เนสท์เล่ ลงทุน 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ ปักหมุด สมุทรปราการ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจเนสกาแฟ และรองรับการส่งออก
ถอดกลยุทธ์การทำธุรกิจแบบ “แสนสิริ” Market Indicator ของตลาดคอนโดฯไทย
เนสท์เล่ (Nestlé) ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก เดินหน้าตอกย้ำบัลลังก์ความเป็นผู้นำตลาดกาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดประกาศแผนการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ด้วยมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิต “เนสกาแฟ” แห่งใหม่ในประเทศไทย
พร้อมศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะในจังหวัดสมุทรปราการ โดยโครงการยักษ์ใหญ่นี้ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อมุ่งยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของเนสกาแฟในภูมิภาคอาเซียนและรองรับการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการและเริ่มสายการผลิตอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2571
การปักหมุดฐานการผลิตแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเนสท์เล่ในการขยายอาณาจักรภาคการผลิต จากเดิมที่เนสท์เล่ดำเนินธุรกิจในไทยมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี และมีโรงงานกระจายอยู่ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ 8 แห่ง อาทิ โรงงานนวนคร โรงงานอมตะ (ระยอง) โรงงานบางปู และโรงงานฉะเชิงเทรา ซึ่งครอบคลุมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่กลุ่มน้ำดื่ม นม เครื่องปรุงรส ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง
แต่สำหรับอุตสาหกรรมกาแฟที่เป็นหัวใจหลักอย่าง “เนสกาแฟ” นั้นการตัดสินใจสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่สมุทรปราการในครั้งนี้ จึงเป็นการขยายขีดความสามารถและสร้างความมั่นคงในซัพพลายเชนการผลิตกาแฟของแบรนด์ให้ครอบคลุมและพึ่งพาตนเองได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น
ความน่าสนใจของโรงงานเนสกาแฟแห่งใหม่นี้ คือการเป็นโมเดล "โรงงานอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ เพิ่มความเสถียรในทุกกระบวนการ และยึดหลักความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ภายในโรงงานจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟและการเก็บรักษากลิ่นที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติขั้นสูง เช่น ระบบหุ่นยนต์ และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) รวมถึงระบบควบคุมการทำงานผ่าน AI ที่แม่นยำ
โดยโรงงานแห่งนี้จะเน้นผลิตผลิตภัณฑ์ยอดนิยมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ควบคู่ไปกับการตั้งศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะในพื้นที่เดียวกันเพื่อกระจายสินค้าในพอร์ตโฟลิโอของเนสท์เล่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ คาดว่าจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนไทยมากกว่า 520 ตำแหน่ง โดยเน้นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงแรงงานทักษะระดับกลางและระดับสูงเป็นหลัก
นิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า ได้ฉายภาพประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเนสท์เล่มายาวนานกว่า 130 ปี การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราในประเทศไทย การลงทุนครั้งใหญ่ในโรงงานผลิตกาแฟและศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบสินค้าคุณภาพสูงและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของไทยให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ของภาครัฐ
ด้วยนโยบายการจัดซื้อนวัตกรรม วัตถุดิบ และวัสดุภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงการรับซื้อเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย คิดเป็นมูลค่าการจัดซื้อสูงถึงประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มดำเนินงานในช่วงหลังของปี 2571
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2561 ถึง 2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 27,800 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารสัตว์เลี้ยง อีกทั้ง เนสท์เล่ยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของประเทศไทยมาเป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษ และยังคงสนับสนุนเกษตรกรในประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการกระจายต้นกล้ากาแฟคุณภาพที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยกาแฟของเนสท์เล่
นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยรองรับแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในตลาด และลดช่องว่างปริมาณกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาค อุตสาหกรรม โดยล่าสุด เนสท์เล่ได้ส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ทั้งนี้ เนสกาแฟ เป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำระดับสากลที่ก่อตั้งขึ้นโดยเนสท์เล่ในปี 2481 และได้เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปี พ2516 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เนสกาแฟได้ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเนสท์เล่ในการดำเนินงานตามความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney