ธุรกิจ

“จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ

รมว.แรงงานเคาะต่ออายุใบอนุญาตแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนามอีก 1 ปี เพื่ออุ้มภาคธุรกิจ

“จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

รมว.แรงงานเคาะต่ออายุใบอนุญาตแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนามอีก 1 ปี เพื่ออุ้มภาคธุรกิจ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ (70%)

รายละเอียด

“จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ

รมว.แรงงานเคาะต่ออายุใบอนุญาตแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนามอีก 1 ปี เพื่ออุ้มภาคธุรกิจ

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งที่ 3/2569 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมวางมาตรการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้สอดรับกับความต้องการของระบบเศรษฐกิจ

หลังการประชุมนายจุลพันธ์เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจการของนายจ้างและภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ ที่ประชุม คบต. จึงมีมติเห็นชอบในหลักการให้ ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแก่คนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ออกไปอีก 1 ปี กลุ่มเป้าหมายคือแรงงานที่เคยได้รับอนุญาตทำงานตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 (ซึ่งเดิมจะหมดอายุในวันที่ 11 ธันวาคม 2569) ให้สามารถอยู่และทำงานในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปได้จนถึง วันที่ 11 ธันวาคม 2570 โดยกระทรวงแรงงานจะกำกับดูแลขั้นตอนอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเสริมถึงขั้นตอนทางกฎหมายว่า หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะเร่งนำผลการประชุมของ คบต. เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งแรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวจะสามารถดำเนินการยื่นต่ออายุใบอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบ และประกาศกระทรวงมหาดไทยรวมถึงประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วเท่านั้น”

ระหว่างนี้ กรมการจัดหางานขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ และตัวแรงงานต่างด้าวที่เข้าข่าย ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์ www.doe.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสายด่วน 1506 กด 2

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus