ธุรกิจ

สุดกลั้น! อู๊ด เป็นต่อ ตัดพ้อเพื่อนรักร่วมธุรกิจเบี้ยวหนี้หลักร้าน

เปิดใจอู๊ด เป็นต่อ ถูกเพื่อนรักในวงการร่วมทำธุรกิจแล้วเหนียวหนี้ ปล่อยทิ้งภาระภาษีสรรพากร ยอมตัดสัมพันธ์ 30 ปี เตรียมส่งทนายดำเนินคดีถึงที่สุด

สุดกลั้น! อู๊ด เป็นต่อ ตัดพ้อเพื่อนรักร่วมธุรกิจเบี้ยวหนี้หลักร้าน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เปิดใจอู๊ด เป็นต่อ ถูกเพื่อนรักในวงการร่วมทำธุรกิจแล้วเหนียวหนี้ ปล่อยทิ้งภาระภาษีสรรพากร ยอมตัดสัมพันธ์ 30 ปี เตรียมส่งทนายดำเนินคดีถึงที่สุด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สุดกลั้น! อู๊ด เป็นต่อ ตัดพ้อเพื่อนรักร่วมธุรกิจเบี้ยวหนี้หลักร้าน (70%)

รายละเอียด

สุดกลั้น! อู๊ด เป็นต่อ ตัดพ้อเพื่อนรักร่วมธุรกิจเบี้ยวหนี้หลักร้าน

อู๊ด เป็นต่อ ถูกเพื่อนรักในวงการร่วมทำธุรกิจแล้วเหนียวหนี้ ปล่อยทิ้งภาระภาษีสรรพากร ยอมตัดสัมพันธ์ 30 ปี เตรียมส่งทนายดำเนินคดีถึงที่สุด

อู๊ด เป็นต่อ  ยอมรับว่ามีปัญหากับอดีตเพื่อนรักในวงการยาวนานกว่า 30 ปี เหตุจากร่วมทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซ้ำร้ายเมื่อร้านปิดตัวลงยังทิ้งภาระหนี้สินและปัญหากับทางสรรพากรไว้ให้ตัวเองแบกรับฝ่ายเดียว จนต้องควักเงินส่วนตัวเคลียร์ปัญหา ยอมรับเครียดหนักจนแทบต้องกู้เงินรายวันมาหมุนเวียน

ที่ผ่านมาตัวเองและภรรยายื่นมือเข้าช่วยเหลือคู่กรณีรายนี้มาตลอดตั้งแต่ตอนที่ชีวิตอีกฝ่ายกำลังแย่ โดยให้ใช้ชื่อทำธุรกิจและไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่สุดท้ายกลับถูกเพิกเฉย หนี้สินมูลค่ารวมกว่า 7 หลักยังไม่มีการชำระคืนอย่างถูกต้อง มีแต่ผลัดวันประกันพรุ่งและเงียบหายไปเลย

ซึ่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกจุกและน้อยใจที่สุด คือการเห็นว่าลูกหนี้รายนี้ยังคงมีวิถีชีวิตที่หรูหรา ตีกอล์ฟ ซื้อบ้านใหม่ และใช้จ่ายเงินซื้อของเข้าบ้านครั้งละเป็นล้านบาท สวนทางกับคำอ้างที่ว่าไม่มีเงิน

"เราเสียดายเงินและเสียใจกับความรู้สึกที่เคยช่วยเหลือกันมามากกว่า ยอมรับว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนกว่า 30 ปีมันจบลงแล้ว เลิกคบคือเลิกคบ แต่เรื่องหนี้สินก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ที่ผ่านมาตนเองเป็นคนยอมคนและอดทนมานานเป็นปีตั้งแต่ช่วงหลังโควิด แต่ครั้งนี้ถือว่าถึงที่สุดแล้วจริงๆ"

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนให้ทนายรวบรวมพยานหลักฐานและร่างเอกสารเพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายติดต่อเข้ามาเจรจาประนีประนอมเพื่อชำระหนี้ แต่หากยังคงนิ่งเฉยหรือเลือกที่จะสู้คดีตัวเองก็พร้อมที่จะออกมาเปิดเผยชื่อและข้อมูลของคู่กรณีรายนี้ให้สังคมได้รับรู้ต่อไป

คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus